ทำไม "เวียดนาม" ถึงเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ
เศรษฐกิจเวียดนามโตต่อเนื่องGDP ไตรมาส 3 ปีนี้ขยายตัวมากถึง 13.67% สูงสุดในรอบ 10 ปี จากแรงหนุนทั้งข้อได้เปรียบค่าแรง แรงงานวัยหนุ่ม-สาว เงื่อนไขดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและเอฟทีเอแป็นแต้มต่อเตรียมเปิดเขตเศรษฐกิจใหม่ในนครโฮจิมินห์ดูดนักลงทุนเพิ่ม
เศรษฐกิจเวียดนามในปี 2565 ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องถึงแม้หลายประเทศจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยรัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าการเติบโตเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2565 ไว้ที่ 7.5% ในครึ่งปีแรกปี 2565 (ม.ค.-มิ.ย.) เวียดนามมีการขยายตัว GDP อยู่ที่ 6.42% เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวในเดียวกันของปี 2564 ซึ่งอยู่ที่ 5.05%ในขณะที่ GDP ไตรมาส 3 ปีนี้ขยายตัวมากถึง 13.67% สูงสุดในรอบ 10 ปี
ปัจจัยสำคัญที่ที่ช่วยในการขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจเวียดนาม คือ การดึงดูดลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Indirect Investment : FDI) โดยในปัจจุบันเวียดนามมีโครงการ FDI กว่า 16,300 โครงการ และคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 238 พันล้านดอลลาร์ และมีนักลงทุนจากกว่า 100 ประเทศที่เข้ามาลงทุนในเวียดนาม และมีบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ Intel, Microsoft, Foxconn, Samsung, Sanyo, Sony, Fujitsu, Toshiba, and Panasonic
โดยประเทศที่มีการลงทุนสะสมในเวียดนามสูงที่สุดอันดับ 1 ได้แก่ ประเทศเกาหลีใต้และอันดับที่ 2 ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทยมีการลงทุนสะสมในเวียดนามเป็นอันดับที่ 9 จากประเทศผู้ลงทุนทั้งหมด โดยนครโฮจิมินห์เป็นแหล่งดึงดูด FDI ได้มากที่สุดในเวียดนาม คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,700 ล้านดอลลาร์ หรือ กว่า 16% ของ FDI ทั้งหมด
ดร. สุภาพร สุขมาก ผู้อำนวยการสำนักงานการค้าในต่างประเทศที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้เวียดนามกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกนักลงทุนต่างชาติ ได้แก่
(1)ความมีเสถียรภาพของภาคการเมือง (Socio-political stability) เนื่องจากเวียดนามปกครองรูปแบบสังคมนิยมพรรคเดียว
(2)โครงสร้างประชากรวัยทำงานที่มีสัดส่วนสูงถึง 60%ถึงแม้ว่าในปัจจุบันค่าจ้างแรงงานในเวียดนามจะไม่ได้ต่ำเท่ากับอดีต เนื่องจาก FDI ที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากทำให้มีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น และรัฐบาลเวียดนามปรับอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องค่าครองชีพ อย่างไรตามเวียดนามยังมีแรงงานจำนวนมาก หากเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรที่ถึงเกือบ 100 ล้านคน
(3)เวียดนามได้มีการปรับปรุงกฎระเบียบและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการค้าให้สอดคล้องรับมาตรฐานนานาชาติซึ่งเป็นผลจากการที่เวียดนามมีการลงนามความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับหลายประเทศทำให้เวียดนามผูกพันที่ต้องปรับปรุงกฎระเบียบและมาตรฐานต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเวียดนามในประเทศต้องปรับตัวอย่างมาก แต่เวียดนามมองว่าระยะยาวจะช่วยยกระดับมาตรฐานการทำดำเนินธุรกิจของเวียดนามได้ นอกจากนี้ที่ผ่านมารัฐบาลเวียดนามมีความเป็นห่วงผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะปัจจัยด้านอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อและต้นทุนการผลิต โดยรัฐบาลเวียดนามกำหนดกรอบอัตราเงินเฟ้อ (CPI) ในปี 2565 อยู่ที่ 4% โดยในปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อ (CPI) เฉลี่ยเวียดนาม ณ เดือน ส.ค.2565 อยู่ที่ 3.6% ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบตามที่รัฐบาลเวียดนามกำหนด
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 14 ตุลาคม 2565

