"ต่างชาติเที่ยวไทย" 7 เดือนแรกปี 68 ติดลบ 6% "จีน-ญี่ปุ่น-เวียดนาม" คู่แข่งสุดร้อนแรง
"กระทรวงการท่องเที่ยวฯ" เปิดสถิติ "ต่างชาติเที่ยวไทย" 7 เดือนแรกปี 68 สะสม 19.29 ล้านคน ติดลบ 6% เทียบฟอร์มครึ่งปีแรกระหว่าง "ไทย-ญี่ปุ่น" JNTO เผยทัวริสต์ต่างชาติแห่เที่ยวญี่ปุ่นกว่า 21.5 ล้านคน โตแรง 21% นำไทยเกือบ 5 ล้านคน “ททท.” ชี้เทรนด์หลายประเทศใช้ภาคการท่องเที่ยวเป็นหัวใจกระตุ้นเศรษฐกิจ “จีน-ญี่ปุ่น-เวียดนาม” คู่แข่งสุดร้อนแรง ด้าน “สรวงศ์” เผย “ไทยเที่ยวไทย” ครึ่งปีแรกฝ่าภาวะเงินฝืดและหนี้ครัวเรือนสูง โต 2.5%
จากคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยตลอดปี 2568 ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่าจะมีไม่น้อยกว่า 35.5 ล้านคน เท่าปีที่แล้ว สร้างรายได้ตลาดต่างประเทศ 1.77 ล้านล้านบาท ผ่านไป 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค.) จากสถิติระบุว่ามีจำนวนสะสม 19.29 ล้านคน สร้างรายได้ 8.95 แสนล้านบาท เท่ากับว่าในห้วง 5 เดือนสุดท้าย (ส.ค.-ธ.ค.) ของปีนี้ จะต้องเร่งเครื่องยนต์ภาคท่องเที่ยวแบบเต็มสูบ ดึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้อีกถึง 16.21 ล้านคน สร้างรายได้อีก 8.75 แสนล้านบาท
รายงานข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วง 7 เดือนแรก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ก.ค. 2568 มีจำนวนสะสม 19,295,835 คน ลดลง 6.35% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้ตลาดประเทศ 895,157 ล้านบาท ลดลง 4.22%
สำหรับ 10 อันดับแรกของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด พบว่าอันดับ 1 จีน กลับมาทวงแชมป์เที่ยวไทยสูงสุดได้อีกครั้ง ด้วยจำนวนสะสม 2,686,326 คน เฉือนชนะมาเลเซีย ซึ่งร่วงกลับไปอยู่อันดับ 2 มีจำนวนสะสม 2,658,184 คน รองลงมาคืออินเดีย 1,373,202 คน รัสเซีย 1,115,857 คน เกาหลีใต้ 902,366 คน สหราชอาณาจักร 643,415 คน สหรัฐ 632,201 คน ไต้หวัน 585,218 คน ญี่ปุ่น 583,980 คน และ สปป.ลาว 562,369 คน
เมื่อดูเฉพาะเดือน ก.ค. มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2,610,369 คน ลดลง 15.89% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ตลาดที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ จีน 420,770 คน เฉลี่ยวันละ 13,000-14,000 คน ค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้น ขณะที่มาเลเซีย 358,287 คน อินเดีย 189,303 คน เกาหลีใต้ 130,259 คน ไต้หวัน 85,412 คน รัสเซีย 81,098 คน สหรัฐ 81,096 คน ออสเตรเลีย 75,384 คน ญี่ปุ่น 74,717 คน และสิงคโปร์ 73,196 คน
ทัวริสต์ต่างชาติทะลักญี่ปุ่น 21.5 ล้านคน :
ด้านองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) รายงานสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. พบว่ามีจำนวนสะสม 21,518,100 คน เติบโต 21% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
สำหรับ 10 อันดับแรกของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นสูงสุด อันดับ 1 เกาหลีใต้ จำนวนสะสม 4,783,500 คน เพิ่มขึ้น 7.7% รองลงมา จีน 4,718,300 คน เพิ่มขึ้น 53.5% ไต้หวัน 3,284,700 คน เพิ่มขึ้น 10.3% สหรัฐ 1,701,300 คน เพิ่มขึ้น 26.7% ฮ่องกง 1,271,100 คน ลดลงเล็กน้อย 0.4% ส่วนไทย มีจำนวน 680,500 คน เพิ่มขึ้น 10.1% ออสเตรเลีย 567,200 คน เพิ่มขึ้น 22.8% ฟิลิปปินส์ 448,100 คน เพิ่มขึ้น 11.5% เวียดนาม 364,500 คน เพิ่มขึ้น 9.8% และสิงคโปร์ 345,200 คน เพิ่มขึ้น 15.1%
ถ้าดูเฉพาะเดือน มิ.ย. ซึ่งเข้าสู่โลว์ซีซัน พบว่านักท่องเที่ยวจีนมีการเดินทางเข้าญี่ปุ่นมากเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวน 797,900 คน เพิ่มขึ้น 19.9% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว รองลงมาคือเกาหลีใต้ 729,800 คน เพิ่มขึ้น 3.8% ไต้หวัน 585,000 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.8% สหรัฐ 345,100 คน เพิ่มขึ้น 16.4% ฮ่องกง 166,800 คน ลดลงถึง 33.4% สิงคโปร์ 68,600 คน เพิ่มขึ้น 16.4% ฟิลิปปินส์ 63,200 คน ลดลง 2.8% ออสเตรเลีย 59,400 คน ลดลง 3.9% เวียดนาม 52,900 คน เพิ่มขึ้น 11.5% และไทย 52,100 คน ลดลง 4.6%
เทียบฟอร์มครึ่งปีแรก “ญี่ปุ่น” นำไทย 5 ล้านคน :
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเทียบสถิติ 6 เดือนแรกของปีนี้ ระหว่างญี่ปุ่นกับไทยว่าประเทศไหนมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่ากัน พบว่าญี่ปุ่นมีมากกว่า 4,832,634 คน เทียบกับฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยช่วงครึ่งปีแรก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. ซึ่งมีจำนวนสะสม 16,685,466 คน ลดลง 4.66% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้วสร้างรายได้ 771,555 ล้านบาท ลดลง 2.31%
โดย 10 อันดับแรกของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสูงสุดในช่วง 6 เดือนแรก ได้แก่ มาเลเซีย 2,299,897 คน จีน 2,265,556 คน อินเดีย 1,183,899 คน รัสเซีย 1,034,759 คน เกาหลีใต้772,107 คน สหราชอาณาจักร572,061 คน สหรัฐ551,105 คน ญี่ปุ่น509,263 คน ไต้หวัน499,806 คน และ สปป.ลาว 498,939 คน
“จีน-ญี่ปุ่น-เวียดนาม” คู่แข่งตัวฉกาจ :
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ท่ามกลางประเทศคู่แข่งด้านการท่องเที่ยว อาทิ จีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม ที่ต่างใช้ภาคการท่องเที่ยวเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ พบว่าประเทศจีนในตอนนี้เป็นทั้งลูกค้ารายใหญ่และคู่แข่งสำคัญ หลายประเทศทั่วโลกมุ่งทุ่มเททรัพยากรในการดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าประเทศตัวเอง ขณะเดียวกันจีนเองก็ทุ่มเททรัพยากรอย่างหนักเช่นกันในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ด้านญี่ปุ่นใช้ความได้เปรียบจากคุณภาพของสินค้าด้านการท่องเที่ยว การเดินทางที่สะดวกสบาย เงินปัจจัยเงินเยนอ่อนค่า ช่วยดึงนักท่องเที่ยวเข้าญี่ปุ่นจำนวนมาก ขณะที่เวียดนาม คู่แข่งที่กำลังร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยภาพลักษณ์สดใหม่ของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และอยู่บนพื้นฐานของต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน แรงงาน และภาษี ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ภาคการท่องเที่ยวไทยต้องนำมาคิดวิเคราะห์เพื่อหากลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ด้านการแข่งขัน
“สงครามไซเบอร์” ปัจจัยสุดท้าทายและเปราะบาง :
อีกมิติที่ท้าทายคือพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามกระแสโซเชียลมีเดีย นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ต้องการประสบการณ์เฉพาะตัว และต้องการคุณค่าทางจิตใจ มากกว่าการไปเช็กอินตามแหล่งท่องเที่ยว
“นอกจากนี้สงครามไซเบอร์คือสิ่งที่สร้างความท้าทายและความเปราะบางอย่างมากให้กับทุกอุตสาหกรรม ไม่ใช่เฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”
สุดท้ายคือมิติความยั่งยืน ซึ่งจะไม่ใช่แค่ตัวเลือกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นข้อบังคับหรือบริบทใหม่ของห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการต้องแสดงให้เห็นว่ามีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชน และธรรมาภิบาลในสิ่งที่จับต้องได้จริง
“ไทยเที่ยวไทย” ครึ่งปีแรกฝ่าเงินฝืด โต 2.5% :
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากข้อมูลของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ของปี 2568 มีจำนวนผู้เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของชาวไทยรวมกว่า 100.23 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.49% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกสะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องของการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศ แม้จะเผชิญกับภาวะเงินฝืดและภาระหนี้ครัวเรือนสูง
ทั้งนี้ หากพิจารณาตลอดทั้งปี 2567 (ม.ค.–ธ.ค.) จำนวนนักท่องเที่ยวไทยสะสมอยู่ที่ 198.27 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีจำนวน 188.23 ล้านคน-ครั้ง หรือเติบโต 5.33% ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่ยังคงเลือกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอย่างต่อเนื่อง
“จากแนวโน้มที่เกิดขึ้น กระทรวงการท่องเที่ยวฯ คาดว่าช่วงวันหยุดยาวในเดือน ส.ค. โดยเฉพาะวันแม่แห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดต่อเนื่อง จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยกระตุ้นบรรยากาศการเดินทางภายในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งยังคงได้รับความนิยมสูงจากประชาชน”
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเดินหน้าส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศผ่านกิจกรรม เทศกาล และแคมเปญต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับภาคเอกชนเพื่อกระตุ้นการเดินทางของคนไทยทุกกลุ่ม พร้อมพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และศักยภาพการใช้จ่ายของประชาชนในยุคปัจจุบัน
“แม้จะมีข้อจำกัดจากเศรษฐกิจฐานราก แต่คนไทยยังคงเดินทางท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง กระทรวงฯ เชื่อมั่นว่าด้วยแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่เน้นความยั่งยืน ครอบคลุม และทั่วถึง จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายสรวงศ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ททท. คาดการณ์รายได้การท่องเที่ยวจากตลาดในประเทศตลอดปี 2568 ไว้ที่ 1.1 ล้านล้านบาท จากคาดการณ์นักท่องเที่ยวชาวไทยซึ่งตั้งเป้าไว้ราว 205 ล้านคน-ครั้ง
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 5 สิงหาคม 2568