เปิดมุมมองแพทย์แผนจีน เสริมแกร่ง "ผู้ป่วยมะเร็ง" ด้วยการปรับ 3 สมดุล
KEY POINTS :
* ศาสตร์แพทย์แผนจีนมองว่า 'มะเร็ง' เกิดจาก 3 ภาวะไม่สมดุลในร่างกาย ได้แก่ ภาวะพร่อง (ร่างกายอ่อนแอ), ภาวะเลือดลมติดขัด และภาวะพิษสะสม
* แนวทางการรักษาเน้นการใช้สมุนไพรจีนและการฝังเข็ม เพื่อบำรุงพลังชีวิต (ชี่) ฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน และปรับสมดุลร่างกายให้กลับมาแข็งแรง
* การแพทย์แผนจีนเป็นการแพทย์เสริมที่ช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษาแผนปัจจุบัน เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วย
แพทย์จีนธนกร ชาญนุวงศ์ อาจารย์แพทย์แผนจีนประจำ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และ เล่อคังคลินิก กล่าวในงานเสวนา "กินเป็นอยู่ดี สู้ภัยมะเร็ง" จัดโดย ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง ว่า แนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน จะเน้น “การบูรณาการ” ร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดผลข้างเคียง และเพิ่มคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ป่วย
ตามแนวคิดของแพทย์แผนจีน โรคมะเร็งเกิดจากความไม่สมดุล 3 ประการ ได้แก่
1)ภาวะพร่อง ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันลดลง
2)ภาวะเลือดลมติดขัด ทำให้อวัยวะทำงานผิดปกติ
3)ภาวะพิษสะสม ทั้งจากเซลล์มะเร็งและผลข้างเคียงจากการรักษา
เมื่อทั้งสามปัจจัยสะสมร่วมกัน จึงก่อให้เกิดและเร่งการลุกลามของมะเร็ง ดังนั้น แนวทางของแพทย์แผนจีนจึงมุ่งเน้นการ “ปรับสมดุลร่างกาย” ให้กลับมาแข็งแรง ด้วยการใช้สมุนไพรจีนและการฝังเข็ม เพื่อบำรุงพลังชีวิต (ชี่) ฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน และลดอาการไม่พึงประสงค์จากการรักษา
แพทย์แผนจีนมีจุดเด่นในการปรับสมดุลร่างกายให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น สมุนไพรจีนหลายชนิดได้รับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ว่ามีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยบำรุงร่างกาย ลดผลข้างเคียง
เช่น อาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ขณะเดียวกัน การฝังเข็ม ก็ได้รับการรับรองจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าช่วยบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง มือเท้าชา นอนไม่หลับ ภาวะเครียด และความวิตกกังวลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากงานวิจัยสมัยใหม่ทั้งในเอเชียและตะวันตกยังชี้ให้เห็นว่า การใช้สมุนไพรจีนและการฝังเข็มร่วมกับการรักษาหลัก สามารถช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น และสุขภาพจิตแข็งแรงขึ้น
ทั้งหมดล้วนมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็ง โดยผู้ป่วยสามารถให้แพทย์แผนจีน เข้ามามีบทบาทในการดูแลได้ทุกระยะของการรักษา อาทิ
* ก่อนและหลังผ่าตัด เน้นบำรุงพลังชี่และเลือด เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้พร้อม
* ระหว่างเคมีบำบัด ช่วยลดภาวะเลือดคั่ง บรรเทาอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร และเสริมภูมิคุ้มกัน
* ระหว่างฉายรังสี ใช้อาหารและสมุนไพรที่ช่วยบำรุงสารน้ำ บรรเทาภาวะปากแห้ง คออักเสบ ลดผลกระทบต่ออวัยวะภายใน
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรอยู่ภายใต้การดูแลของ แพทย์แผนจีนที่มีความเชี่ยวชาญ และรับบริการในสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด
การแพทย์แผนจีนจึงเหมาะที่จะใช้เป็น “การแพทย์เสริม” ที่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับว่าสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดผลข้างเคียงจากการรักษา และเสริมพลังใจให้ต่อสู้กับโรคได้อย่างมีหวัง
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568

