"ไทย" ลุ้นส่งออกปีนี้ขยายตัว11% เร่งขยายตลาดรับมือภาษีทรัมป์
KEY POINTS :
* ภาพรวมการส่งออก 10 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัว 13% และคาดว่าทั้งปีจะเติบโตได้ในระดับ 10.7-11.4%
* จับตาส่งออก พ.ย.-ธ.ค.ชะลอตัวลง หลัง ต.ค.โต 5.7%
* กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายเร่งขยายตลาดส่งออก โดยเน้นการรักษาตลาดเดิมและเจาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ
* เตรียมรับมือมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ผ่านการเร่งเจรจาข้อตกลงทางการค้าและจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อประเมินผลกระทบ
* การส่งออกปี 69 คาดว่ายังคงเป็นบวก
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ รายงานการส่งออกไทยเดือน ต.ค.2568 มีมูลค่า 28,835 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 5.7% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 การนำเข้า มีมูลค่า 32,272 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 16.3% ขาดดุลการค้า 3,436 ล้านดอลลาร์ โดยถ้าหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะทำให้การส่งออกขยาย 15.7%

ส่วนภาพรวมการส่งออก 10 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่า 282,982 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13% การนำเข้ามูลค่า 286,848 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12.4% ขาดดุลการค้า 3,866 ล้านดอลลาร์
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค.กล่าวว่า การส่งออกเดือน ต.ค.ได้รับแรงหนุนจากการส่งออกไปตลาดหลักทั้งสหรัฐ จีน และสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงตลาดรอง เช่น เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา ที่ยังคงขยายตัวได้ดี แม้จะมีแรงกดดันจากการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐ
ทั้งนี้ แรงสนับสนุนหลักมาจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง รวมถึงสินค้ากลุ่มยานยนต์และภาคการผลิตโลกที่อยู่ในภาวะขยายตัว จากผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยยังคงอยู่ในภาวะหดตัว
"การส่งออกเดือน ต.ค.ชะลอตัวลงจากเดือน ก.ย.ที่ขยายตัวได้ถึง 19% เนื่องจากในช่วงที่ผ่านม ไทยเร่งส่งออกไปค่อนข้างมาก ทำให้ประเทศคู่ค้ามีสต็อกสินค้าในปริมาณสูง ส่งผลให้การส่งออกในเดือนนี้ชะลอตัว"นายนันทพงษ์ กล่าว
โดยการส่งออกเดือน ต.ค.ที่ขยายตัว 5.7% มาจากการส่งออก ดังนี้
1.สินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 8.8% ขยายตัวต่อเนื่อง 19 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ แผงสวิตซ์และแผงควบคุมไฟฟ้า
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 10 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 17.5%
2.การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 5.1% โดยสินค้าเกษตร หดตัว 14.6% ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 6.2%
สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา ข้าว อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และเครื่องดื่ม)
ทั้งนี้ 10 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 0.03%
ส่งออกตลาดหลักขยายตัวได้ดี
ด้านตลาดส่งออก เริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวลง หลังมีการเร่งนำเข้าไปค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้านี้ ดังนี้
(1)ตลาดหลัก เพิ่ม 10.2% ขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐ 32.9% จีน 9.3% ญี่ปุ่น 1.9% สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) 9.9% และอาเซียน (5 ประเทศ) 5.4% ส่วนตลาด CLMV ลด 15.6%
(2)ตลาดรอง เพิ่ม 7.2% โดยเอเชียใต้ เพิ่ม 24.7% ตะวันออกกลาง เพิ่ม 9.4% ลาตินอเมริกา เพิ่ม 18.4% แต่ทวีปออสเตรเลีย ลด 0.2% ทวีปแอฟริกา ลด 3.0% รัสเซียและกลุ่ม CIS ลด 5.0% และสหราชอาณาจักร ลด 10.3% ส่วนตลาดอื่น ๆ ลด 70.5%
ทั้งนี้ การค้าไทย-สหรัฐ เดือน ต.ค.การส่งออกมีมูลค่า 6,665 ล้านดอลลาร์ นำเข้า 1,775 ล้านดอลลาร์ ได้ดุลการค้ากับสหรัฐ 4,889 ล้านดอลลาร์ รวม 10 เดือนได้ดุลการค้ากับสหรัฐ 41,332 ล้านดอลลาร์
ขณะที่การค้าไทย-จีน เดือน ต.ค. ส่งออก 3,113 ล้านดอลลาร์ นำเข้า 9797.1 ล้านดอลลาร์ ขาดดุลการค้า 6,683 ล้านดอลลาร์ รวม 10 เดือน ไทยขาดดุล 53,987 ล้านดอลลาร์
คาดส่งออก พ.ย.-ธ.ค.ชะลอตัวลง :
“เดือน ต.ค.นี้ การส่งออกไทยชะลอตัวลงจากเดือน ก.ย.ที่ขยายตัวถึง 19% ต่อเนื่องถึงเดือน พ.ย.-ธ.ค.เนื่องจากจากประเทศคู่ค้ายังมีสต็อกสูง ประกอบกับฐานสูงในปีก่อน" นายนันทพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ กรณีการส่งออกไทยช่วง 2 เดือนสุดท้าย มีมูลค่า 25,000-26,000 ล้านดอลลาร์ จะทำให้การส่งออกทั้งปีขยายตัว 10.7-11.4%
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือของปี 2568 คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง แม้จะเติบโตในอัตราที่ชะลอลง โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความต้องการในระดับสูง
รวมถึงสินค้าเกษตรแปรรูปและอาหารที่ยังคงมีความต้องการในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่อาจแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายปี และปริมาณสินค้าเกษตรของไทยที่อาจลดลงจากปัญหาอุทกภัย ล้วนเป็นปัจจัยที่กระทรวงพาณิชย์ต้องติดตามต่อไป
เร่งขยายตลาดใหม่-รักษาตลาดเก่า :
ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายและแผนงานขยายการส่งออก อาทิ การรักษาตลาดเดิม บุกตลาดศักยภาพใหม่ เร่งเจรจาความตกลงเพื่อเปิดประตูการค้า ในขณะที่ต้องเร่งเจรจาข้อตกลง Reciprocal Tariff
พร้อมยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ และหาข้อสรุปให้มีความชัดเจนโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ส่งออกใช้ประโยชน์จากความตกลงให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อประเมินผลกระทบจากมาตรการภาษีเพื่อให้ผู้ส่งออกได้รับทราบข้อมูลที่จำเป็นในการบริหารจัดการต่อไป
มั่นใจส่งออกปี 69 เป็นบวก :
สำหรับเป้าหมายการส่งออกปี 2569 ขณะนี้ สนค.อยู่ระหว่างการประเมินปัจจัยสนับสนุนและผลกระทบ แต่เบื้องต้นเห็นว่ามีสัญญาณชะลอตัวลงจากปี 2568 เพราะฐานปี 2568 สูง และมีผลกระทบจากภาษีสหรัฐ แม้ไทยปรับตัวได้แต่เริ่มมีผลกระทบต่อการส่งออกชะลอตัว
ทั้งนี้ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้า และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังประเมินเศรษฐกิจปี 2569 ชะลอตัว ส่วนองค์การการค้าโลก (WTO) ประเมินการค้าโลกชะลอตัว ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกปีหน้าแต่เชื่อว่ายังเป็นบวก และเดือน ธ.ค.นี้ น่าจะได้ตัวเลขที่ชัดเจน
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568

