แบรนด์เอเชียเร่งขยายสู่ยุโรป ฝรั่งเศสกลายเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดโลก
บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีก Newmark เปิดเผยว่า แบรนด์จากทวีปเอเชียกำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในตลาดค้าปลีกของฝรั่งเศสนับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา โดยแบรนด์เอเชียที่เปิดร้านใหม่ในฝรั่งเศสมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 17 ของแบรนด์ต่างชาติรายใหม่ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดและสูงกว่ากลุ่มแบรนด์จากอเมริกาเหนือแล้ว ขณะเดียวกัน แม้แบรนด์ยุโรปยังคงครองสัดส่วนมากที่สุด แต่การเติบโตของฝั่งเอเชียก็ชัดเจนขึ้นและมีอิทธิพลต่อภาพรวมตลาดค้าปลีกฝรั่งเศสมากขึ้นเรื่อย ๆ
David Bourla ผู้อำนวยการด้านการศึกษาและวิจัยของ Newmark ระบุว่า กระแสความนิยมวัฒนธรรมเอเชียบนโซเชียลมีเดียทั่วโลก เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้แบรนด์จากเอเชียได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคจำนวนมากเปิดรับสินค้าและบริการใหม่ ๆ ที่มีความเป็นเอเชียเป็นเอกลักษณ์ ส่งผลให้ซอฟต์พาวเวอร์ที่เคยเป็นจุดเด่นของฝั่งอเมริกาเหนือเริ่มปรับเปลี่ยนมาสู่ฝั่งเอเชียมากขึ้น
ซึ่งสะท้อนผ่านการที่แบรนด์เอเชียขยายตัวนอกภูมิภาคตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกระแสชาไข่มุกที่กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยม ไปจนถึงแบรนด์อย่าง Shein ที่สร้างกระแสแรงในยุโรป นอกจากนี้ ร้านสินค้าสไตล์ของสะสมจากจีน เช่น Popmart และ Miniso ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดย Popmart ผู้ผลิตตุ๊กตา Labubu มีสาขาถึง 6 แห่งในกรุงปารีส และยังวางแผนขยายสู่เมือง Bordeaux เป็นครั้งแรก ขณะที่ Miniso เองมีเครือข่ายกว่า 25 สาขาทั่วประเทศ ทำให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่ต่อเนื่องของตลาดเอเชียในฝรั่งเศส
รายงานของ Newmark ยังชี้ว่า กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจากเอเชียเป็นกลุ่มที่เติบโตมากที่สุดในฝรั่งเศส โดยมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 43 รองลงมาคือกลุ่มเสื้อผ้าและรองเท้าในสัดส่วนร้อยละ 20 ล่าสุดแบรนด์เสื้อผ้าระดับพรีเมียมจากจีนอย่าง Icicle ได้เข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ
โดยเปิดตัวร้านค้าในย่านแฟชั่น
ชั้นนำของปารีสบริเวณ Boulevard des Champs-Élysées และ Rue du Faubourg Saint-Honoré ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแบรนด์แฟชั่นระดับโลกตั้งอยู่หนาแน่น การเข้ามาของแบรนด์ต่างชาติในพื้นที่ทำเลทองแบบนี้สะท้อนชัดว่า ฝรั่งเศสยังคงเป็นศูนย์กลางด้านแฟชั่นและเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ระดับนานาชาติ
ซึ่งสัดส่วนแบรนด์สามารถแบ่งตามประเทศต้นกำเนิดได้ ดังนี้
(1) แบรนด์จากจีนและญี่ปุ่นมีจำนวนใกล้เคียงกัน แม้จีนจะเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสทีหลัง แต่ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา แบรนด์จากจีนกลับเติบโตโดดเด่นจนมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 43 ขณะที่แบรนด์ญี่ปุ่นอยู่ที่ร้อยละ 20 แสดงให้เห็นว่าจีนกำลังกลายเป็นกลุ่มผู้เล่นสำคัญในตลาดยุโรปและมีศักยภาพในการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
(2) แบรนด์จากไต้หวันและเกาหลีใต้มีสัดส่วนเท่ากันที่ร้อยละ 11 โดยเฉพาะกลุ่มแบรนด์ความงามจากเกาหลีใต้ซึ่งนิยมทำตลาดผ่าน Pop-up Store การวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า หรือการนำเสนอผ่าน Concept Store มากกว่าการเปิดร้านภายใต้ชื่อแบรนด์เอง ซึ่งช่วยลดต้นทุนและทดสอบตลาดได้ดี ก่อนตัดสินใจขยายสาขาแบบถาวร
(3) แม้อินเดียจะมีจำนวนแบรนด์ที่เข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสไม่มาก แต่ก็มีตัวอย่างที่ได้รับความสนใจ เช่น แบรนด์เครื่องประดับ Unsaid ซึ่งเปิดร้านใกล้ Place Vendôme ย่านศูนย์กลางเครื่องประดับหรูของปารีส ทำให้แบรนด์สามารถสร้างภาพลักษณ์หรูหราและเข้าถึงลูกค้าระดับพรีเมียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวโน้มการเข้ามาลงทุนของแบรนด์ต่างชาติ โดยเฉพาะแบรนด์เอเชียในฝรั่งเศสยังคงขยายตัวต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสมีความชื่นชอบความแปลกใหม่และเปิดรับวัฒนธรรมจากทั่วโลก โดยเฉพาะอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์จากเอเชีย ปัจจุบันฝรั่งเศสมีแบรนด์เอเชียเพียง 132 ราย จากแบรนด์ต่างชาติกว่า 600 ราย
ซึ่งสะท้อนว่ายังมีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศส การใช้สื่อโซเชียลเพื่อสร้างการรับรู้ควบคู่กับการสื่อสารด้วยภาษาฝรั่งเศสจะช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นและสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ข้อมูล: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปารีส, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 11 ธันวาคม 2568

