ส่องนโยบาย "คลัง" จีน 2026 กระตุ้น "บริโภค-ตลาด" ในประเทศ
เป็นที่ทราบกันดีว่าที่ผ่านมาตลอดหลายสิบปีของเศรษฐกิจที่บูมอย่างมาก ด้วยอัตราการเติบโตของจีดีพีในระดับเลขสองหลักต่อเนื่องหลายปีของจีนนั้น เกิดจากการ "ส่งออก" สินค้าราคาได้เปรียบไปตีตลาดทั่วโลก จนกอบโกยเงินมหาศาล เกินดุลการค้านับล้านล้านดอลลาร์ และเป็นเพียงชาติเดียวในโลกที่ “เกินดุล” การค้ากับทุกประเทศ
แต่เมื่อเศรษฐกิจจีนเริ่มเติบโตน้อยลง จากปัญหาทั้งภายนอกและในประเทศ โดยเฉพาะการถูกเล่นงานจากสหรัฐอเมริกาด้วยมาตรการภาษีศุลกากรเพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ ที่ขาดดุลการค้ากับจีนสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เกิดวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ภายในจีนเอง ทำให้ส่งออกได้น้อยลงและการบริโภคในประเทศก็ลดลง แต่ปริมาณการผลิตสินค้ากลับไม่ได้ลดลงตามสัดส่วน
ผลก็คือจีนถูกสังคมระหว่างประเทศกล่าวหาว่า “จงใจ” ผลิตสินค้าล้นเกินเพื่อหวังจะทุ่มตลาดโลกด้วยสินค้าราคาถูก และ “กำจัด” คู่แข่งรายอื่นออกไปเพื่อครองโลก
พร้อมกันนั้น นักเศรษฐศาสตร์จากซีกตะวันตกยังตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า ในเมื่อจีนมีขนาดตลาดและเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับสองของโลกและเกือบจะแซงอเมริกาอยู่แล้ว แต่ทำไมจีนยังไม่ยอมเปลี่ยน “โครงสร้างเศรษฐกิจ” ด้วยการหันมาส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศและขยายตลาดในประเทศเพื่อทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่าง “ยั่งยืน” แทนการพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งต่างจากสหรัฐอเมริกาที่สัดส่วนของเศรษฐกิจ 70% มาจากการบริโภคภายในประเทศ
เมื่อเสียงวิจารณ์นี้เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ดูเหมือนจีนจะเริ่มพูดถึงการ “บริโภค” ภายในประเทศ การเน้นตลาดภายในประเทศ ซึ่งก็ทำให้การบริโภคภายในประเทศขยับขึ้นมามีสัดส่วนในจีดีพีเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังถือว่าต่ำ เพราะยังอยู่ที่ประมาณ 40% ของจีดีพี
อย่างไรก็ตาม จีนได้พยายามบอกกล่าวแก่ประชาคมโลกว่า ให้ความสำคัญที่จะเพิ่มการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันที่ 27-28 ธันวาคมที่ผ่านมา “หลาน โฟอัน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจีน กล่าวในที่ประชุมระดับชาติเพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งด้านการคลังสำหรับสนับสนุนให้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี (2026-2030) ฉบับที่ 15 ของจีน ประสบความสำเร็จ โดยหัวใจหลักของแผนการคลังก็คือ จะมีรูปแบบ “เชิงรุก” มากกว่าเดิม
รัฐมนตรีคลังระบุว่า ในปี 2026 จีนจะยังคงใช้นโยบายการคลังเชิงรุกต่อไป โดยที่จะมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น เพื่อทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและขยายตัวในอัตราสมเหตุสมผล
พร้อมกับเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับ “มุ่งเน้น” ไปที่การขยายความต้องการหรือดีมานด์ภายในประเทศ อัพเกรดโครงสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มความแข็งแกร่งของตัว “ขับเคลื่อน” เศรษฐกิจ ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพการจ้างงาน เศรษฐกิจและตลาด พร้อมกันนั้นการปฏิรูปต่าง ๆ ก็ต้องเดินหน้าต่อไป
“เราจะขยายขนาดของการใช้จ่ายด้านการคลัง เพื่อให้แน่ใจว่ามีเงินสนับสนุนเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายที่จำเป็น โดยจะใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ นอกจากนี้จะปรับปรุงประสิทธิภาพการโอนเงินให้กับรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อให้รัฐบาลท้องถิ่นมีแหล่งเงินที่ยืดหยุ่นและพร้อมนำไปใช้ได้
รัฐมนตรีคลังจีนบอกว่า ภารกิจสำคัญด้านการคลังในปี 2026 ยังรวมถึงการทำให้ตลาดภายในประเทศเป็น “เครื่องยนต์หลัก” ของเศรษฐกิจ พร้อมกันนั้นจะต้องมีการหลอมรวมนวัตกรรมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัว “ขับเคลื่อน” เศรษฐกิจใหม่ ๆ
เขากล่าวด้วยว่า ระบบการคลังของจีนปี 2025 ประสบความสำเร็จใหม่ ๆ หลายอย่าง ช่วยให้เป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมมีความคืบหน้า ตัวอย่างเช่น กระทรวงการคลังรักษาการใช้จ่ายให้มีความคึกคัก เพิ่มการสนับสนุนเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ของชาติ ปลดล็อกศักยภาพการบริโภคทั้งด้านดีมานด์และซัพพลาย
การพัฒนาคุณภาพสูงในห่วงโซ่อุตสาหกรรมหลักจะได้รับการผลักดันต่อไป โครงการนำร่องรอบใหม่จะเริ่มดำเนินการในเมืองต่าง ๆ ที่เลือกสรรไว้สำหรับการอัพเกรดเทคโนโลยีในภาคการผลิต ทั้งนี้ ก็เพื่อเร่งขยายระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่
จู หยู หุ้นส่วนสำคัญของ Pan-China Certified Public Accountants ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการด้านบัญชีขนาดใหญ่ในจีน ชี้ว่านโยบายการคลังที่เน้นเชิงรุกมากขึ้น หากปฏิบัติด้วยความแม่นยำและมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มความแน่นอนมากขึ้นให้กับภาคธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนโฉมและอัพเกรดตัวเอง นอกจากนั้นก็จะนำผลประโยชน์ที่จับต้องได้ไปสู่ครัวเรือน อีกทั้งจะเพิ่มความยั่งยืนทางการเงินให้กับรัฐบาลท้องถิ่น
“ทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดวงจรความดีที่แข็งแกร่งมากขึ้น แรงหนุนส่งของตลาดจะฟื้นตัวยั่งยืน การจ้างงานและรายได้จะดีขึ้น ความต้องการภายในประเทศแข็งแกร่งขึ้น วางพื้นฐานแข็งแกร่งระยะยาวให้กับเศรษฐกิจ”
เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังจากมณฑลเสฉวน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวเผยว่า มาตรการคลังที่ออกมาเป็นชุดได้ช่วยลดภาระของมณฑล การสนับสนุนการคลังที่มากขึ้นและสิ่งจูงใจที่ดีกว่าเดิมกระตุ้นให้การบริโภคของมณฑลฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในปีที่แล้ว (2025) โดยจะเห็นว่า 11 เดือนแรกของปี ยอดขายค้าปลีกของมณฑลไปแตะระดับ 2.64 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 3.768 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เติบโต 5.5% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศซึ่งเติบโตเพียง 1.5%
ส่วนในปี 2026 นี้ทางมณฑลจะยังเน้นขยายความต้องการภายในประเทศเป็นยุทธศาสตร์หลัก ใช้มาตรการเฉพาะเจาะจงเพื่อเพิ่มการบริโภค
รัฐบาลจีนตั้งเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจปี 2026 ไว้ที่ประมาณ 5% ซึ่งหมายถึงว่าจำเป็นต้องรักษานโยบายการคลังและการเงินให้มีความผ่อนปรนเพื่อป้องกันภาวะเงินฝืด ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ประเมินครั้งล่าสุดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวประมาณ 4.5% ในปี 2026 ปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อนหน้า 0.3% หลังจากจีนผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลังเพื่อส่งเสริมการบริโภค
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 3 มกราคม 2569

