สรท.-ผู้ส่งออก ผวาสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนรอบใหม่ หลังทรัมป์อุ้มผู้นำเวเนฯ ขึ้นศาล
เมื่อวันที่ 5 มกราคม นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ให้ความเห็นกรณีสหรัฐจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา ดังนี้
(1) การประเมินสถานการณ์สหรัฐ-เวเนซุเอลา และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก
ในมุมมองของสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เห็นว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนถึงความเปราะบางของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการค้าโลกในหลายระยะ ดังนี้
ระยะสั้น :
• ตลาดการเงินและตลาดพลังงานมีความผันผวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน เนื่องจากเวเนซุเอลาเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายสำคัญ
• ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการค้า ค่าขนส่ง และค่าเบี้ยประกันภัยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
• นักลงทุนและภาคธุรกิจชะลอการตัดสินใจ ส่งผลต่อบรรยากาศการค้าโลกโดยรวม
ระยะกลาง :
• หากสหรัฐมีการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรหรือกดดันประเทศพันธมิตร อาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภทต้องปรับตัว
• ระบบการค้าโลกมีแนวโน้มเผชิญภาวะ “การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ (Bloc Economy)” ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยประเทศต่างๆ ต้องเลือกยืนข้างหรือพยายามรักษาสมดุล
• ความผันผวนของราคาพลังงานจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อและกำลังซื้อในหลายประเทศ
ระยะยาว :
• เร่งการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการค้าโลกจาก Globalization ไปสู่ Regionalization และ Friend-shoring
• บทบาทของการเมืองระหว่างประเทศจะเข้ามามีอิทธิพลต่อทิศทางการค้าและการลงทุนมากกว่ากลไกตลาด
• ความไม่แน่นอนจะกลายเป็น “ภาวะปกติใหม่ (New Normal)” ของระบบการค้าโลก
2) การประเมินโอกาสการเกิดสงครามการค้าสหรัฐ-จีนรอบใหม่
สรท.มองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจไม่ใช่ชนวนโดยตรงของสงครามการค้ารอบใหม่ แต่ถือเป็นปัจจัยเสริมที่เพิ่มระดับความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ โดยเฉพาะในบริบทที่จีนมีบทบาทและความสัมพันธ์กับเวเนซุเอลา
ประเด็นที่ควรจับตา คือ การนำเหตุผลด้านความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์มาใช้เป็นเครื่องมือในการออกมาตรการทางการค้า ซึ่งจะทำให้บรรยากาศการค้าโลกมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น แม้ในระยะสั้นอาจยังไม่ถึงขั้นเกิดสงครามการค้าเต็มรูปแบบก็ตาม
3) ผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออก
สรท.เห็นว่า ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบในทางอ้อมเป็นหลัก ผ่านความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ ซึ่งอาจส่งผลต่อคำสั่งซื้อและการวางแผนระยะยาวของคู่ค้าต่างประเทศ
กลุ่มสินค้าส่งออกที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ได้แก่
3.1)สินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เช่น เคมีภัณฑ์ ปิโตรเคมี เหล็ก และพลาสติก เนื่องจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบมีความผันผวน
3.2)สินค้าอุตสาหกรรมที่พึ่งพาตลาดสหรัฐและจีนเป็นหลัก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนยานยนต์ หากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าชะลอตัวหรือมีมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มเติม
3.3)สินค้าเกษตรและอาหารบางประเภท ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งและความผันผวนของค่าเงิน
(4) ข้อเสนอแนะของ สรท. ต่อผู้ส่งออกไทย
สรท เห็นว่าผู้ส่งออกไทยควรให้ความสำคัญกับ
4.1)การกระจายความเสี่ยงด้านตลาดและคู่ค้า ไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป
4.2)การติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการทางการค้าอย่างใกล้ชิด
4.3)การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนพลังงาน
4.4)การปรับรูปแบบธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น เช่น การใช้สัญญาระยะสั้น หรือการเจรจาเงื่อนไขราคาให้สอดคล้องกับสถานการณ์
4.5)การเพิ่มมูลค่าสินค้า และมุ่งเน้นตลาดเฉพาะ (Niche Market) ที่มีศักยภาพ
(5) ข้อเสนอของ สรท.ต่อภาครัฐ
ในนามของสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ขอเสนอให้ภาครัฐ
5.1)เสริมระบบข้อมูล ข่าวสาร และกลไกการเตือนภัยด้านการค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรับมือความเสี่ยงได้ทันท่วงที
5.2)เร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดหลักเดิม
5.3)ดูแลต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ให้ผู้ส่งออกไทยสามารถแข่งขันได้
5.4)สนับสนุนเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน
5.5)ดำเนินบทบาทเชิงรุกในเวทีการค้าระหว่างประเทศ เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการค้าของไทย
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 5 มกราคม 2569

