"คลัง" หั่น GDP ปี 68 โต 2.2% รับอานิสงส์ "คนละครึ่งพลัส-ส่งออก" ส่วนปี 69 เหลือ 2.0%
สศค. เผยตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 68 ขยายตัว 2.2% รับแรงส่งมาตรการรัฐ คนละครึ่งพลัส-บัตรสวัสดิการรัฐ และส่งออกโตทะลุเป้า 12.7% ขณะที่ปี 69 คาดการณ์ชะลอตัวเหลือ 2.0% จับตางบปี 70 ส่อล่าช้า 3 เดือน และสงครามการค้าสหรัฐกดดันภาคส่งออก
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 - 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อสำคัญของการฟื้นตัว และการปรับโครงสร้าง ท่ามกลางบริบทโลกที่ผันผวน โดยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 จะขยายตัวที่ 2.2% ในช่วงคาดการณ์ 2.0 - 2.5%
โดยเป็นการปรับคาดการณ์ลดลงจากเดือนต.ค.2568 ที่ 2.4% เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจจริงในไตรมาส 3 ขยายตัวเพียง 1.2% เนื่องจากภาคการผลิตที่ชะลอตัวลง มีการปิดโรงกลั่น อย่างไรก็ตาม คาดว่าในไตรมาส 4 จะฟื้นตัวเร่งขึ้นเป็น 1.8% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ อาทิ โครงการ "คนละครึ่งพลัส" ที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 8.4 หมื่นล้านบาท กระจายรายได้สู่รายย่อยทั่วประเทศ การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการ "เที่ยวดีมีคืน" หนุนการบริโภคภาคเอกชนให้ขยายตัวถึง 3.3%
ส่งออกปี 68 โต 12.7% :
ในปี 2568 ภาคการส่งออกมีการขยายตัวดีเกินคาด โดยมูลค่าส่งออก (BOP) คาดว่าจะโตถึง 12.7% จากการเร่งส่งออกไปตลาดสหรัฐ และตลาดใหม่ศักยภาพสูงอย่างอินเดีย และจีน ขณะที่การลงทุนภาครัฐขยายตัวโดดเด่นที่ 6.9% จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีปฏิทิน
สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2568 ติดลบที่ -0.1% อานิสงส์จากมาตรการลดค่าครองชีพด้านพลังงาน และราคาน้ำมันตลาดโลกที่ลดลง ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 15.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.8% ของ GDP ทั้งนี้ สศช. จะมีการแถลงตัวเลขอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ก.พ.69 เวลา 09.30 น.
ปี 69 คาดโตเพียง 2.0% :
สำหรับแนวโน้มปี 2569 กระทรวงการคลังประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ 2.0% ในช่วงคาดการณ์ 1.5 - 2.5% โดยเครื่องยนต์หลักจะเปลี่ยนจากภาคส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.0% จากฐานสูงปี 68
และการค้าโลกชะลอตัวมาสู่ ภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีต่างชาติเข้าไทยสูงถึง 35.5 ล้านคน และการบริโภคภาคเอกชนที่ยังโตต่อเนื่อง 2.5% รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวอย่างมากสะท้อนจากคำขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
จับตาความเสี่ยง “สุญญากาศงบประมาณ” :
ทั้งนี้ ประเด็นที่น่ากังวลที่ต้องจับตาในปี 2569 คือ การลงทุนภาครัฐที่คาดว่าจะหดตัว -1.7% สาเหตุหลักมาจากช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลให้ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ประกาศใช้ล่าช้าออกไปราว 3 เดือน ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งหามาตรการเบิกจ่ายเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว
ในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 จะอยู่ที่ 0.3% ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ โดยกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นโดยจะมีการหารือกันทุก 3 เดือน โดยจะพิจารณาแนวทางร่วมกันในการดูแลให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 1.0-3.0%
ค่าเงินบาท ในปี 2569 คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 32.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากปี 2568 เล็กน้อย และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.0% ของ GDP
3 ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า-แนะเร่งปรับโครงสร้าง :
โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ไทยยังต้องเผชิญ 3 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามใกล้ชิด ได้แก่
1)ความผันผวนการค้าโลก นโยบายกีดกันทางการค้า และภูมิรัฐศาสตร์
2)ความเปราะบางทางการเงิน หนี้ครัวเรือน และหนี้ SMEs ที่ยังทรงตัวในระดับสูง กดดันกำลังซื้อ
3)ความต่อเนื่องเชิงนโยบาย เสถียรภาพในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
“รูปแบบการผลิตเดิมอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างการเติบโตในอนาคต ไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างสู่ New S-Curve และดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ฐานภาษี เพื่อสร้างพื้นที่ทางการคลังรองรับความเสี่ยงในอนาคต” นายวินิจ กล่าว
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 27 มกราคม 2569

