จีนทำ REPO 6 แสนล้านหยวน เติมสภาพคล่อง รับดีมานด์ตรุษจีน
ธนาคารกลางจีน อัดฉีดเงินเข้าระบบธนาคารเพิ่ม 6 แสนล้านหยวน หรือราว 2.7 ล้านล้านบาท เพื่ออุดช่องว่างสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้นจากดีมานด์การใช้เงินช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน ทั้งจากการท่องเที่ยวและประเพณีแต๊ะเอีย ซึ่งบลูมเบิร์กคาดว่าจะสูงถึง ราว 3.2 ล้านล้านหยวน (14.4 ล้านล้านบาท)
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ธนาคารกลางประเทศจีน (The People’s Bank of China : PBOC) กำลังเพิ่มปริมาณเงินในระบบธนาคาร เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการใช้เงินสดที่เพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดตรุษจีนได้
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนอัดฉีดเงินรวม 6 แสนล้านหยวน (ราว 2.7 ล้านล้านบาท) เข้าระบบ ผ่านข้อตกลงซื้อคืน (REPO : RP) ภายในระยะเวลา 14 วัน ถือเป็นจุดสิ้นสุดช่วงการหยุดชะงักของการจัดหาเงินทุนระยะสั้น ซึ่ง PBOC ไม่ได้ดำเนินการมาเป็นเวลา 2 เดือน
บริษัทหลักทรัพย์ Industrial คาดการณ์ว่า PBOC จะเพิ่มเงินทุนมากถึง 3.5 ล้านล้านหยวน (ราว 15.7 ล้านล้านบาท) ก่อนที่วันหยุดยาวจะเริ่มต้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026
การอัดฉีดเงินครั้งนี้ จะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องที่บลูมเบิร์กคำนวนไว้ที่ประมาณ 3.2 ล้านล้านหยวน (ราว 14.4 ล้านล้านบาท) โดยคาดว่าเงินทุนไหลออกจากระบบธนาคาร ด้วย 3 ปัจจัย คือ การถอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายในช่วงวันหยุด การออกพันธบัตรของรัฐบาลจำนวนมาก และความต้องการเงินหยวนของภาคธุรกิจที่พุ่งสูงขึ้น
สำหรับ PBOC การรักษาระบบการเงินให้ทำงานได้อย่างราบรื่น เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันปัญหาขาดแคลนเงินสดในช่วงเทศกาล อีกทั้งช่วยรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางอุปสรรคที่เพิ่มขึ้น โดยก่อนการดำเนินการครั้งนี้ เมื่อเดือนมกราคม PBOC เพิ่มการซื้อพันธบัตรเป็นสองเท่าและอัดฉีดเงินทุนระยะกลางถึงระยะยาวเข้าสู่ระบบธนาคารเป็นจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถึง 1 ล้านล้านหยวน (ราว 4.5 ล้านล้านบาท)
หมิง หมิง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทหลักทรัพย์ Citic กล่าวว่า PBOC มีช่องทางเหลือเฟือในการหมุนเวียนสภาพคล่อง และคาดว่า PBOC จะสามารถชดเชยช่องว่างทางการเงินได้ โดยการอัดฉีดสภาพคล่องผ่านเครื่องมือแบบดั้งเดิมควบคู่ไปกับการซื้อพันธบัตรในปริมาณคงที่
แรงกดดันด้านสภาพคล่องบางส่วนที่ PBOC ต้องรับมือ มาจากพฤติกรรมของครัวเรือน โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ Huaxi คาดการณ์ว่า จะมีสภาพคล่องไหลออกไป 9 แสนล้านหยวน (ราว 4 ล้านล้านบาท) จากการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด และประเพณีการให้เงินแต๊ะเอีย ช่วงเทศกาลตรุษจีน
นอกจากนี้ จากการคำนวณของบลูมเบิร์ก พบว่า การซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo : RRP) ของ PBOC มูลค่าประมาณ 4.05 แสนล้านหยวน (ราว 1.82 ล้านล้านบาท) จะครบกำหนดขายคืนในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะทำให้เงินสดจากธนาคารลดลงไปอีก และ Outright Reverse Repo จะทำให้เงินสดไหลออกไปอีก 5 แสนล้านหยวน (ราว 2.24 ล้านล้านบาท)
บริษัทหลักทรัพย์ Guolian Minsheng ระบุว่า จีนกำลังเร่งขายพันธบัตรของรัฐบาลก่อนช่วงวันหยุดยาว ซึ่งอาจทำให้การขาดแคลนสภาพคล่องรุนแรงขึ้น ประกอบกับข้อมูลของบลูมเบิร์กซึ่งแสดงให้เห็นว่า หน่วยงานท้องถิ่นวางแผนที่จะขายพันธบัตรประมาณ 9.5 แสนล้านหยวน (ราว 4.27 ล้านล้านบาท) ในสองสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งมากกว่าจำนวนที่ออกขายทั้งหมดในเดือนมกราคมถึง 18% นอกจากนี้ยังมีพันธบัตรที่รัฐบาลกลางออกขายอีก 4.12 แสนล้านหยวน (ราว 1.85 ล้านล้านบาท)
บริษัทหลักทรัพย์ Sinolink ระบุว่า การที่ผู้ส่งออกแปลงรายได้จากดอลลาร์เป็นหยวน จะยิ่งทำให้สภาพคล่องตึงตัวมากขึ้น โดยดีมานด์นี้เกิดขึ้นหลังจากค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้น 2.6% ช่วงปลายเดือนตุลาคม โดยได้รับแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้า ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง และนโยบายของ PBOC เองที่ยอมให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นได้
นอกจากการอัดฉีดเงินสดครั้งล่าสุดแล้ว ตามข้อมูลจากผู้ที่คุ้นเคยกับสถานการณ์ระบุว่า เมื่อเดือนมกราคม PBOC ยังลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นหนึ่งปีสำหรับธนาคารพาณิชย์ ลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.5% และนักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ในปีนี้ จีนจะลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงลดอัตราส่วนเงินกันสำรองของธนาคารลง 50 จุดพื้นฐาน
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569

