"ไทย" ดิ่งไม่หยุด คะแนนความโปร่งใสตก อยู่อันดับ 116 "เดนมาร์ก" แชมป์คอร์รัปชั่นต่ำสุดปี 2568
"ไทย" ดิ่งไม่หยุด คะแนนความโปร่งใสตก อยู่อันดับ 116 "เดนมาร์ก" แชมป์คอร์รัปชั่นต่ำสุดปี 2568
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ องค์กรความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) หรือ TI ได้เผยแพร่ผลสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือคอร์รัปชั่น (CPI) จำปี 2568 พบว่า ประเทศไทยได้เพียง 33 คะแนน ลดลงไป 1 คะแนนจากปี 2567 ตกอยู่อันดับที่ 116 จากทั้งหมด 182 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก
โดยการจัดอันดับความโปร่งใส มีตั้งแต่ 0 คะแนน คือ คอร์รัปชั่นสูงสุด ไปจนถึง 100 คะแนน หรือโปร่งใสมากที่สุด ซึ่งประเทศที่ได้รับคะแนนมากที่สุดในการจัดอันดับปี 2568 คือ ประเทศเดนมาร์ก ที่ได้ 89 คะแนน ลดลง 1 คะแนนจากปี 2567
TI ระบุว่า สถานการณ์การคอร์รัปชั่นทั่วโลกย่ำแย่ลง แม้แต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน ก็ยังเผชิญกับปัญหาคอร์รัปชั่นที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางภาวะถดถอยของความเป็นผู้นำ ตามรายงานดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (CPI) ประจำปี 2568 ที่แสดงให้เห็นว่า จำนวนประเทศที่ได้รับคะแนนสูงกว่า 80 คะแนน ลดลงจาก 12 ประเทศ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เหลือเพียง 5 ประเทศในปีนี้

จากข้อมูลของ TI แสดงให้เห็นว่า ประเทศกลุ่มประชาธิปไตย ซึ่งโดยปกติจะมีความเข้มแข็งในการต่อต้านคอร์รัปชั่นมากกว่ากลุ่มอำนาจนิยม หรือประชาธิปไตยที่บกพร่อง กำลังเผชิญกับภาวะถดถอยของผลการดำเนินงานที่น่ากังวล ซึ่งแนวโน้มนี้ ครอบคลุมไปถึงประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกา (64 คะแนน) , แคนาดา (75 คะแนน) และ นิวซีแลนด์ (81 คะแนน) ลามไปถึงหลายส่วนของยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร (70 คะแนน) , ฝรั่งเศส (66 คะแนน) และสวีเดน (80 คะแนน)
อีกหนึ่งรูปแบบที่น่ากังวล คือการที่หลายรัฐเพิ่มการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก การรวมกลุ่ม และการชุมนุม นับตั้งแต่ปี 2555 พบว่า 36 จาก 50 ประเทศที่มีคะแนน CPI ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ต่างก็ประสบกับภาวะการลดลงของพื้นที่ภาคประชาสังคมเช่นกัน
นอกจากนี้ ในปี 2568 ยังได้เห็นคลื่นของการประท้วงต่อต้านคอร์รัปชั่นที่นำโดยคนเจนซี (Z) ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในประเทศที่อยู่ในกลุ่มครึ่งล่างของตาราง CPI ซึ่งคะแนนส่วนใหญ่ หยุดนิ่งหรือลดลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คนรุ่นใหม่ในประเทศอย่าง เนปาล (34 คะแนน) และ มาดากัสการ์ (25 คะแนน) ต่างพากันลงถนน เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ แต่ล้มเหลวในการจัดบริการสาธารณะและโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีให้แก่ประชาชน
TI เตือนด้วยว่า การขาดหายไปของผู้นำที่กล้าหาญในการต่อสู้กับคอร์รัปชั่นระดับโลก กำลังทำให้การขับเคลื่อนการต่อต้านคอร์รัปชั่นระหว่างประเทศลดลง และเสี่ยงที่จะทำให้แรงกดดันในการปฏิรูปในประเทศต่างๆทั่วโลกลดน้อยถอยลงไปด้วย
สำหรับประเทศที่คอร์รัปชั่นน้อยที่สุด 10 อันดับแรก 1. เดนมาร์ก 2.ฟินแลนด์ 3.สิงคโปร์ 4.นิวซีแลนด์ 5.นอร์เวย์ 6.สวีเดน,สวิตเซอร์แลนด์ 8.ลักเซมเบิร์ก,เนเธอร์แลนด์ 10.เยอรมนี,ไอซ์แลนด์
ส่วนในกลุ่มอาเซียน ประเทศที่มีการคอร์รัปชั่นน้อยที่สุด คือ สิงคโปร์ ตามด้วยอันดับ 2 คือ บรูไน (63 คะแนน) 3.มาเลเซีย (52 คะแนน) 4. ติมอร์-เลสเต (44 คะแนน) 5.เวียดนาม (41 คะแนน) 6.อินโดนีเซีย (34 คะแนน) 7.ลาว (34 คะแนน) 8.ไทย (33 คะแนน) 9.ฟิลิปปินส์ (32 คะแนน) 10.กัมพูชา (20 คะแนน) และ 11.เมียนมา (16 คะแนน)
รายงานของ TI ที่ระบุถึงภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ระบุว่า สถานการณ์คอร์รัปชั่นในภูมิภาคนี้ยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรง โดยมีคะแนนเฉลี่ยของภูมิภาคอยู่ที่ 45-100 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ระดับการทุจริตที่สูง ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
โดยประเทศ ไทย และมองโกเลีย (31 คะแนน) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากมีคะแนนต่ำ และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทย ปัญหาหลักที่พบ คือการบังคับใช้กฎหมายที่เลือกปฏิบัติ ขาดความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม และการจำกัดเสรีภาพภาคประชาชน
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569

