สรท.ชี้บาทแข็งอุปสรรคส่งออก หวังรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพ-ทำงานยาว
สภาผู้ส่งออกขานรับผลการเลือกตั้ง ย้ำขอรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพ บริหารต่อเนื่องเรียกความเชื่อมั่น ชี้โจทย์สำคัญคือ แก้บาทแข็งค่า ยันเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน พิษบาทแข็งทำผู้ส่งออกรายได้หาย 5-10% ส่วนผู้นำเข้าต้นทุนลดจิ๊บ ๆ ขณะที่ต้นทุนหลัก พลังงาน ค่าแรง โลจิสติกส์ยังสูง วอน ธปท.ดูแล 4 ข้อสำคัญ
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเลือกตั้งของประเทศไทยได้ผ่านกระบวนการระบอบประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดทิศทางประเทศในอนาคตสำหรับในมุมมองของภาคการส่งออกและโลจิสติกส์ สิ่งที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ เสถียรภาพทางการเมือง ความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ และความชัดเจนในการบริหารประเทศ
แต่สิ่งที่เอกชนให้ความสำคัญและความกังวลต่อภาคการส่งออกไทยในปี 2569 แม้วางเป้าหมายเติบโต 2-4% แต่ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยเงินบาทที่ยังแข็งค่า ปัจจุบันสมาชิกของ สรท. ปรับตัวต่อเงินบาทแข็งค่าเป็น 2 ระยะสำคัญ คือ ในระยะสั้น (ปัจจุบัน) ผู้ส่งออกได้พยายามบริหารผลกระทบอย่างเต็มที่ อาทิ ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) มากขึ้น ปรับโครงสร้างราคา โดยเจรจาเปลี่ยนสกุลเงินรับชำระ หรือกำหนดราคาเป็นช่วงสั้นลง เร่งการส่งมอบสินค้าในช่วงที่อัตราแลกเปลี่ยนยังอยู่ในระดับที่รับได้ ลดอัตรากำไร (Margin) ชั่วคราว เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งตลาด
ขณะที่ในระยะกลาง-ยาว (อนาคต) ภาคเอกชนเริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อลดความเปราะบางจากค่าเงิน ได้แก่ กระจายตลาดส่งออกไปยังประเทศที่ไม่พึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก ปรับโมเดลธุรกิจไปสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (Value-added/Branding) ซึ่งอ่อนไหวต่อค่าเงินน้อยกว่า บางอุตสาหกรรมเริ่มพิจารณาย้ายหรือกระจายฐานการผลิตบางส่วนไปยังประเทศที่ค่าเงินอ่อนกว่า อย่างไรก็ตาม สรท.เห็นว่า ผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมากยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องมือ Hedging ทั้งด้านต้นทุน ความซับซ้อน และขนาดธุรกิจ ทำให้ไม่สามารถรับภาระความเสี่ยงจากค่าเงินที่ผันผวนได้มากนัก
นายธนากรกล่าวอีกว่า ผลกระทบของเงินบาทแข็งค่าที่ส่งผลต่อผู้ส่งออกและผู้นำเข้า โดยเฉพาะผู้ส่งออก คือ รายได้เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทลดลงทันที 5-10% ขึ้นกับช่วงเวลาและเงื่อนไขสัญญา ในกรณีที่ไม่สามารถปรับขึ้นราคาสินค้าได้ กำไรจะหายโดยตรง สินค้าไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านราคา เมื่อเทียบกับประเ

