จับตาจีนผ่อนคลาย "ควบคุมเงินทุน" ยกระดับบทบาท "เงินหยวน" ในเวทีโลก
ท่ามกลางดอลลาร์อ่อนค่าหนักสุดในรอบ 8 ปี เสียงเรียกร้องในจีนเริ่มดังขึ้นให้ "ผ่อนคลายการควบคุมเงินทุน" เปิดทางดันหยวนสู่เวทีโลก รับไม้ต่อวิสัยทัศน์ "สี จิ้นผิง" ที่ต้องการยกระดับสกุลเงินจีนเป็นเงินสำรองโลก
นักเศรษฐศาสตร์จีนชื่อดังหลายรายกำลังเรียกร้องให้ทางการจีนผ่อนคลายข้อจำกัดในการ "เคลื่อนย้ายเงินทุน" เข้าออกประเทศ โดยให้เหตุผลว่า "เงินดอลลาร์" ที่อ่อนค่าลงกำลังเปิดโอกาสครั้งสำคัญ ในการ "ยกระดับบทบาทของเงินหยวนในเวทีโลก" ด้วยการเพิ่มความสามารถในการแลกเปลี่ยนเสรีของสกุลเงินหยวน
สำหรับเรื่องนี้ที่อาจเป็น "การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งใหญ่" สำหรับเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกอย่างจีนนั้น เหมียว หยานเหลียง หัวหน้านักกลยุทธ์ของบริษัท China International Capital Corp. ระบุในบทความเมื่อวันอังคารว่า เงื่อนไขต่างๆ กำลังเอื้ออำนวยต่อการผลักดันการปฏิรูปดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้องกระตุ้นให้เกิดเงินทุนไหลออกขนาดใหญ่
ความเห็นนี้สอดคล้องกับ จู เจี้ยนตง ศาสตราจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยชิงหวา ซึ่งมองว่าปีนี้และปีหน้าเป็น “โอกาสเชิงกลยุทธ์” สำหรับการเปิดเสรีบัญชีทุน เนื่องจากการแข็งค่าของเงินหยวนสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ในขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กำลังเพิ่มสูงขึ้น
“ยิ่งจีนเปิดบัญชีทุนมากขึ้น และเปิดทางให้ค่าเงินมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งสามารถดึงดูดเงินทุนไหลเข้าได้มากขึ้นเท่านั้น” เหมียว ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของหน่วยงานกำกับดูแลเงินตราต่างประเทศของจีน กล่าว
“โดยเฉพาะเมื่อดอลลาร์เข้าสู่วัฏจักรอ่อนค่าระยะยาวเชิงยุทธศาสตร์ และหยวนเข้าสู่วัฏจักรแข็งค่า นั่นคือจังหวะที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการยกระดับความเปิดกว้างของบัญชีทุน”
รับไม้ต่อ 'สี จิ้นผิง' ดันหยวนเป็นสกุลเงินโลก :
ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเมื่อเร็วๆ นี้ วารสาร “ฉิวซื่อ” (Qiushi) ซึ่งเป็นสื่อทางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เผยแพร่สุนทรพจน์บางส่วนเมื่อปี 2024 ของประธานาธิบดี "สี จิ้นผิง" ซึ่งไม่เคยเปิดเผยมาก่อน โดยสีเรียกร้องให้สร้าง “สกุลเงินที่แข็งแกร่ง” ใช้อย่างแพร่หลายในระบบการค้า การลงทุน และตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างประเทศ พร้อมตั้งเป้าให้เงินหยวนก้าวขึ้นเป็นสกุลเงินสำรองของโลก
การออกสุนทรพจน์และบทความต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ยิ่งกระตุ้นกระแสคาดการณ์ว่า "ทางการจีนอาจผลักดันให้การไหลเวียนเงินทุนเสรีมากขึ้น" เป็น "แกนกลางของยุทธศาสตร์ขยายบทบาทเงินหยวนในระดับสากล" หลังจากก่อนหน้านี้ ควาพยายามผลักดันการเปิดเสรีเงินหยวนเคยสะดุดลงจากการ "ลดค่าเงิน" แบบฉับพลันในปี 2015 และแรงส่งของการปฏิรูปบัญชีทุนก็แผ่วลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม "นับเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ" ที่เสียงจากแวดวงนักวิชาการและนักการเงินระดับสูงเริ่มพูดถึงความเป็นไปได้ในการ "ผ่อนคลายการควบคุมเงินทุน" เพื่อฉวยโอกาสจากกระแสความกังวลต่อบทบาทการครอบงำของดอลลาร์ ซึ่งผลักดันให้ธนาคารกลางและนักลงทุนทั่วโลกต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์สหรัฐจังหวะดอลลาร์เสื่อมค่าหนัก
ค่าเงินดอลลาร์ปิดสิ้นปี 2025 ด้วยการปรับตัวลดลงรายปี "อ่อนค่าหนักที่สุดในรอบ 8 ปี" หลังเผชิญความไม่แน่นอนทางนโยบายตลอดหลายเดือนในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่สอง ขณะที่ "เงินหยวน" กลับทำผลงานรายปีดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020
อีกปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้จีนต้องหันมาทบทวนใหม่ก็คือ ความไม่สอดคล้องกันระหว่างสถานะ “มหาอำนาจการผลิตของโลก” กับการที่เงินหยวนยังมีบทบาทจำกัดในต่างประเทศ
ที่ผ่านมาจีนใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบ “ลอยตัวภายใต้การจัดการ” มาโดยตลอด ในขณะที่ข้อจำกัดเกี่ยวกับการลงทุนข้ามพรมแดนและการโอนเงินส่วนบุคคล ทำให้บัญชีทุนส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดอยู่
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จีนส่งสัญญาณความทะเยอทะยานมากขึ้นในการปฏิรูปเงินหยวนและบัญชีทุน ซึ่งเป็นบัญชีที่ติดตามกระแสการลงทุนเข้าออกประเทศ
ข้อเสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ฉบับใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อเดือนต.ค. ปีที่แล้ว สำหรับถึงปี 2030 ระบุคำมั่นว่าจะ “ผลักดันการทำให้เงินหยวนเป็นสากล และเพิ่มระดับความเปิดกว้างของบัญชีทุน” ซึ่งถือเป็นจุดยืนที่แข็งกร้าวชัดเจนกว่าแผนพัฒนาฯ เมื่อ 5 ปีก่อน ที่เน้นการส่งเสริมค่าเงินหยวนอย่าง “มั่นคงและรอบคอบ
สัดส่วนเงินหยวนในทุนสำรองโลกต่ำกว่า 2%
อย่างไรก็ดี แม้จีนจะขยายบทบาทเงินหยวนในธุรกรรมการค้าและการเงินมากขึ้น แต่สัดส่วนเงินหยวนในทุนสำรองระหว่างประเทศทั่วโลกยังต่ำกว่า 2% ตามข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดยอยู่ในอันดับ 6 และยังตามหลังดอลลาร์อยู่มาก
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

