เด็กจบใหม่ควรกังวลไหม เมื่อ AI กำลังทำงานแทนมนุษย์? รู้จัก "AI Workflow Designer" ทักษะ-อาชีพใหม่ของคนที่ออกแบบงานให้ปัญญาประดิษฐ์ทำ
ไม่กี่ปีก่อน โลกเพิ่งตื่นเต้นกับแชตบอตที่ตอบคำถามได้เหมือนมนุษย์ แต่วันนี้เทคโนโลยีกำลังขยับไปอีกขั้น เมื่อ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยคิดหรือเขียนข้อความ แต่กำลังพัฒนาไปสู่สิ่งที่เรียกว่า AI Agent ระบบที่สามารถรับงานทั้งก้อน วางแผนเป็นขั้นตอน และลงมือทำหลายอย่างต่อเนื่องจนจบได้เอง
เด็กจบใหม่จำนวนไม่น้อยเริ่มได้ยินประโยคเดิมซ้ำๆ ว่า “งานรูทีนของเด็กจบใหม่จะหายไป” เพราะสิ่งที่เคยเป็นหน้าที่ของ First Jobber อย่างการสรุปเอกสาร ทำรายงาน หรือจัดการงานแอดมิน หลายอย่างเริ่มถูก AI ทำได้เร็วกว่าและต้นทุนต่ำกว่า แต่ในขณะที่บางงานกำลังลดลง โลกการทำงานก็เริ่มเห็นบทบาทใหม่เกิดขึ้น
เด็กจบใหม่เจอปัญหาอะไรบ้าง :
เส้นทางของคนทำงานในอดีตมักเริ่มจากงานพื้นฐาน เช่น การสรุปรายงาน ทำสไลด์ รีเสิร์ชข้อมูล หรือประสานงานระหว่างทีม งานเหล่านี้อาจไม่ได้ซับซ้อน แต่เป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้คนเข้าใจระบบขององค์กรทีละชั้น
เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา TDRI ระบุว่า AI ทำให้ความต้องการจ้างงานในไทยระหว่างปี 68-69 ลดลง 9.6% ยิ่งไปกว่านั้น องค์กรระดับโลกหลายแห่งก็เริ่มปรับโครงสร้างรับยุคแรงงานดิจิทัล เช่น บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Salesforce ที่ระงับการจ้างงานวิศวกรซอฟต์แวร์ระดับเริ่มต้น เพราะการใช้ AI ช่วยให้พนักงานเดิมมีผลผลิตมหาศาลจนไม่ต้องขยายทีมระดับล่าง หรือกรณีของ Klarna ที่ใช้ผู้ช่วย AI ทำงานแทนพนักงานบริการลูกค้าได้ถึงเจ็ดร้อยคน จนสามารถลดพนักงานประจำลงได้มหาศาล
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ‘Junior Cliff’ หรือหน้าผาของคนทำงานระดับเริ่มต้น ตำแหน่งงานไม่ได้หายไปทั้งหมด แต่จำนวนโอกาสสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นกำลังลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องช่องว่างการสอนงาน เมื่อพนักงานระดับซีเนียร์สามารถสั่งงาน AI ให้ทำแทนได้เร็วกว่าและผิดพลาดน้อยกว่า โอกาสในการเรียนรู้งานของคนรุ่นใหม่จากการทำผิดถูกจึงยิ่งหดแคบลง
AI Workflow Designer คืออะไร สำคัญแค่ไหนกับยุค AI Agentic :
Gartner ได้พยากรณ์ไว้ว่าภายในปี 2027 โครงการ Agentic AI กว่าร้อยละ 40 จะถูกยกเลิกหรือประสบความล้มเหลว หากองค์กรปราศจากการออกแบบกระบวนการทำงานที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่ความผิดพลาดที่บานปลายต่อเนื่อง
ดังนั้น หนึ่งในบทบาทที่อาจเริ่มปรากฏในหลายองค์กรคือ ‘AI Workflow Designer’ หรือคนที่ทำหน้าที่เสมือนสถาปนิกออกแบบกระบวนการทำงานระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร
คนกลุ่มนี้ต้องเข้าใจทั้งธุรกิจและศักยภาพของ AI จากนั้นจึงออกแบบว่าในเวิร์กโฟลว์ขององค์กร งานส่วนไหนควรให้ AI รับช่วง และส่วนไหนยังต้องใช้การตัดสินใจของมนุษย์ เช่น ฝ่ายขายอาจใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและจัดลำดับความสำคัญ ฝ่าย HR อาจใช้ AI สรุปฟีดแบ็กและช่วยออกแบบแผนการเริ่มงานของพนักงานใหม่ ขณะที่ฝ่ายการตลาดอาจใช้ AI วิเคราะห์ความคิดเห็นของลูกค้าบนโซเชียลเพื่อหาสัญญาณใหม่ของตลาด
AI Workflow Designer เป็นได้ทั้งสกิลและชื่อตำแหน่งโดยตรง มีบริษัทจำนวนมากกำลังมองหาบุคลากรในตำแหน่งนี้ เช่น แพลตฟอร์ม Uplers ได้ประกาศรับสมัคร AI Workflow Designer เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิจและสร้างระบบอัตโนมัติ
Framework การปรับตัวของเด็กจบใหม่ ทำอย่างไรให้รอด :
เมื่อโครงสร้างองค์กรเปลี่ยนไป ทักษะที่จำเป็นก็เปลี่ยนตาม ในอดีตองค์กรมีลำดับชั้นที่คุ้นเคย ตั้งแต่ CEO ผู้จัดการ ไปจนถึงพนักงานระดับ Junior จำนวนมาก แต่ในยุค AI Agent โครงสร้างกำลังเปลี่ยนเป็นทีมมนุษย์ขนาดเล็กที่ทำงานร่วมกับชั้นของ AI agents อยู่เบื้องหลัง
สำหรับเด็กจบใหม่ การปรับตัวจึงไม่ใช่แค่การเรียนรู้เครื่องมือใหม่ แต่คือการเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจากผู้ปฏิบัติงาน ไปสู่ผู้กำกับระบบ ซึ่งสามารถมองเป็น framework ง่ายๆ ได้ 4 ด้าน
* AI Literacy ต้องเข้าใจว่า AI ทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ ไม่ใช่เพียงใช้เครื่องมือเป็น แต่เข้าใจศักยภาพของมันอย่างแท้จริง
* Problem Framing หรือความสามารถในการตั้งคำถามที่ถูกต้อง เพราะในโลกที่คำตอบหาได้ง่ายขึ้น คนที่มีคุณค่าคือคนที่ตั้งคำถามได้ดี
* AI Collaboration การรู้จักแบ่งงานระหว่างมนุษย์กับ AI ว่างานไหนควรให้ระบบทำ และงานไหนต้องใช้วิจารณญาณของคน
* Judgment หรือความสามารถในการตัดสินใจบนข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งยังคงเป็นพื้นที่สำคัญของมนุษย์
AI อาจทำให้หลายงานง่ายขึ้น และบางงานหายไปจริง แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ขยับบทบาทของตัวเองเร็วกว่าเดิม จากคนที่เคยเริ่มต้นด้วยการทำงานตามขั้นตอน สู่คนที่ออกแบบขั้นตอนเหล่านั้นตั้งแต่ต้น
ในโลกที่ AI กลายเป็นแรงงานอีกประเภทหนึ่ง คนที่มีคุณค่าที่สุดอาจไม่ใช่คนที่ทำงานหนักที่สุด แต่คือคนที่มองเห็นก่อนว่างานแบบไหนควรถูกเปลี่ยนแปลง
ที่มา the standard
วันที่ 6 มีนาคม 2569

