โจทย์ร้อนพลังงาน
ไฟขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ที่กำลังมีการสู้รบลุกลามในตะวันออกกลางในเวลานี้ กำลังนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตประชาชน บ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ สร้างความปั่นป่วนให้กับภาคพลังงานและเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับเศรษฐกิจไทย ในระยะสั้นคือราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน ก๊าซ และไฟฟ้า ที่ต้นทุนทะยานแล้ว แต่ภาครัฐยังคุมราคาได้ผ่านเครื่องมือสำคัญคือ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ขณะที่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพใหญ่ ล่าสุด SCB EIC ประเมินว่า ปี 2569 เศรษฐกิจไทยอาจชะลอลง 0.3-0.8% ขณะที่เงินเฟ้ออาจกลับเข้ากรอบได้เร็วขึ้น
เงินเฟ้อไทยปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 1.5% กลับเข้ากรอบเป้าหมาย 1-3% ได้เร็วขึ้น เป็นผลจากราคาพลังงานโลกที่เร่งตัว แต่หากสถานการณ์ลุกลามเป็น Regional war เงินเฟ้ออาจเพิ่มสูงกว่า 4% ได้
SCB EIC ยังประเมิน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสผ่อนคลายดอกเบี้ยเพิ่มเติมจากความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง
ขณะที่ภาคธุรกิจมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบในด้านพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบ โดยธุรกิจไทยได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางทั้งทางตรงและทางอ้อม แม้สัดส่วนส่งออกไปภูมิภาคนี้ไม่สูง
แต่บางอุตสาหกรรมพึ่งพาตลาดนี้ค่อนข้างมาก เช่น สินค้าเกษตรและอาหารบางประเภท รถยนต์นั่ง ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน ปัญหาการขนส่ง และราคาวัตถุดิบที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งจะกระทบเป็นลูกโซ่ตาม Supply chain ที่เกี่ยวเนื่อง
ด้านภาคท่องเที่ยวและ Healthcare ยังมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวจากปัญหาการเดินทางและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม สินค้าเกษตรและอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและพืชพลังงานบางชนิดอาจได้อานิสงส์จากความต้องการกักตุนสินค้าและราคาโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น
เหล่านี้คือโจทย์ที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบริหารจัดการ
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 10 มีนาคม 2569

