ส่งออก "ญี่ปุ่น" ก.พ.โต 4.2% แต่ตลาด "จีน-สหรัฐ" ซบเซาหนัก
การส่งออกของ "ญี่ปุ่น" โต 4.2% ในเดือนก.พ. สูงกว่าคาด แรงหนุนจากตลาดอาเซียน 11 ประเทศ สวนทางการส่งออกไปยัง "จีน-สหรัฐ" วูบหนัก หลังทรัมป์ สั่งสอบมาตรา 301 อีกรอบ
ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ตัวเลขการส่งออกญี่ปุ่น ในเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นการชะลอตัวอย่างมากหลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปีในเดือนม.ค. แต่ยังคงสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 1.6%
การส่งออกจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ลดลง 10.9% ขณะที่การส่งออกสหรัฐอเมริกา ลดลง 8% รวมทั้งมูลค่ารวมของการส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นลดลง 14.8%
ตัวเลขการส่งออกของญี่ปุ่นไปยังสหรัฐอ่อนตัวลงหลังจากที่สหรัฐประกาศการสอบสวนตามมาตรา 301 เกิดขึ้นหลังจากที่ศาลฎีกาได้เพิกถอนมาตรการภาษีตอบโต้ ของทรัมป์ในเดือนก.พ. ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีศุลกากรอีกครั้ง
แม้ว่าการส่งออกไปยังคู่ค้าหลักจะลดลง แต่เศรษฐกิจเอเชียอื่นๆ ก็ช่วยชดเชยส่วนที่ขาดหายไป โดยสินค้าส่งออกไปยังฮ่องกงเพิ่มขึ้นถึง 32.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
รวมทั้งการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 11 ประเทศ ซึ่งรวมถึงอินโดนีเซียและไทย เพิ่มขึ้น 5.1% อีกทั้งมูลค่ารวมของสินค้าส่งออกไปยังกลุ่มประเทศดังกล่าวสูงกว่าจีน ส่วนยอดการส่งออกไปยังยุโรปตะวันตกก็เพิ่มขึ้น 17.5%
การเติบโตของการส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนก.พ.ได้รับแรงหนุนจากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้น 25.1% และการส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ข้อมูลการส่งออกได้เปิดเผยก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันพฤหัสบดี รวมถึงการพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐในวันเดียวกันด้วย
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 18 มีนาคม 2569

