ม.หอการค้า ชี้ สงครามทุบความเชื่อมั่นผู้บริโภค ต่ำสุดรอบ 6 เดือน จับตาเจรจารอบใหม่ อาจไม่จบง่าย
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และ ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ประจำเดือนมีนาคม 2569 ปรับตัวลดลงจากระดับ 53.7 เป็น 51.8 ถือเป็นการปรับตัวต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ซึ่งการที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 100 สะท้อนถึงผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง
สาเหตุหลักๆ มาจากสงครามตะวันออกกลางที่ยังไม่ยุติลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันแพง แม้การปรับตัวเร่งขึ้นของราคาน้ำมันสัญญาณเกิดขึ้นต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา จึงยังไม่ได้มีการส่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจหอการค้าไทยอย่างชัดเจน แต่สัญญาณที่ส่งออกมาชัดคือ ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันปรับราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากสถิติที่เก็บข้อมูลมา พบว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีปัญหาลดลงต่อเนื่องมาจากน้ำมันแพง เงินเฟ้อ ค่าครองชีพสูงขึ้นผ่านราคาข้าวของแพง ถือเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบตรงๆ ต่อผู้บริโภค
3 ปัจจัยบั่นทอนในอนาคต :
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า 3 ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ได้แก่ 1.ราคาน้ำมันแพง 2.ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ที่เป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก หรือโรคภัยไข้เจ็บ และ 3.เสถียรภาพทางการเมือง การประท้วงนอกสภา ทำให้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวในทิศทางที่สูงขึ้น จึงเป็นตัวบั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภค
แต่สถานการณ์การเมืองมีความเข้มแข็ง สะท้อนถึงดัชนีการเมืองที่ปรับดีขึ้น และเป็นเพียง 1 ตัวชี้วัดที่ปรับดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ถือเป็นมิติเชิงบวกต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนมองว่าการเมืองไทยมีเสถียรภาพ แม้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะราคาพลังงาน แต่การทำงานของรัฐบาลที่ผู้บริโภคมองว่า การเมืองนิ่งขึ้น ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้การดำเนินมาตรการรัฐบาลและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำได้อย่างชัดเจนและเต็มที่
จับตาเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน :
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจในระยะถัดไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางเป็นสำคัญ ซึ่งแน่นอนว่า ความผันผวนยังคงเกิดขึ้นอยู่ แม้มีการประกาศหยุดยิงชั่วครามจากสหรัฐ เพื่อเจรจาร่วมกับอิหร่านชั่วคราวผ่านเงื่อนไขบางอย่างประมาณ 10 ข้อ แต่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอน ทำให้ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการออกมาประกาศของสหรัฐที่ระบุว่า เงื่อนไขหยุดยิงไม่นับรวมเลบานอน
ซึ่งต้องดูท่าทีของอิหร่านจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ อิสราเอสจะยุติการโจมตีเพิ่มเติมหรือไม่ แม้ไม่ได้มีการประกาศชัดเจน รวมถึงจะมีการตกลงทางลับที่ไม่เปิดเผยต่อสื่อหรือไม่ ซึ่งต้องติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้ราคาน้ำมันดิบโลกยังอยู่ในกรอบที่ไม่ทะลุ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อยู่บริเวณ 97-98 เหรียญสหรัฐ ทิศทางของโลกยังมองการคลี่คลายของสงครามในครั้งนี้ แต่ความไม่แน่นอนถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้
ไม่ปิดโอกาสลากยาวกว่าคาด :
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สหรัฐพูดถึงการเจรจาหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง แต่ท่าทีของอิหร่านก็มีการปฎิเสธการเจรจาออกมาเสมอ ซึ่งการตอบรับเจรจาล่าสุดของอิหร่านที่ออกมา ถือว่าผ่อนคลายขึ้น ทำให้การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านต้องหาจุดตรงกลางให้ได้ เพราะอิหร่านต้องการเพียงการหยุดโจมตีแบบถาวร แต่สหรัฐไม่เคยมีท่าทีนี้เลย ซึ่งยังมีข้อตกลงเรื่องนิวเคลียร์ที่ยืนอยู่คนละฝั่ง
ขณะที่ข้อตกลงบางเรื่อง อาทิ เลิกการแชงชั่นที่อิหร่านจะได้ประโยชน์ตรงส่วนนี้ แต่จุดสำคัญเงื่อนเป็นเงื่อนตายคือ เรื่องการบริหารช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสหรัฐต้องการบริหารจัดการให้เปิดอย่างเต็มที่เพราะต้องการดูแลราคาพลังงาน แต่อิหร่านมีท่าทีต้องการดูแลควบคุมช่องแคบเอง ถือเป็นแต้มต่อ และข้อต่อรองที่ทำให้อิหร่านไม่เสียเปรียบเกินไป เงื่อนไขทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องที่อาจทำให้การเจรจากันไม่สำเร็จได้ง่าย จึงประเมินว่าสถานการณ์อาจจบลงใน 3 เดือนหรือลากยาวไปมากกว่านี้ยังคงเป็นไปได้
หวังเล่นน้ำสงกรานต์คึกคัก :
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า แรงกดดันราคาพลังงานในประเทศยังไม่มีท่าทีเชิงลบ ทำให้บรรยากาศในช่วงสงกรานต์ หากมีความคึกคักในระดับหนึ่ง จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค รวมถึงการเจาจาหยุดยิงมีพัฒนาการเชิงบวกไปเรื่อยๆ ความเชื่อมั่นน่าจะหยุดทรุดตัวลงมากกว่านี้ และมีโอกาสดีดกลับขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถานการณ์ต่างๆ การสำรวจความเห็นของผู้บริโภค พฤติกรรมจับจ่ายใช้สอยช่วงสงกรานต์ ติดลบ 4% ครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับจากโควิด-19 มูลค่าการใช้จ่ายประมาณ 1.3 แสนล้านบาท บนเงื่อนไขน้ำมัน 40 บาทต่อลิตร แต่น้ำมันที่ปรับขึ้นมาถึง 48 บาทต่อลิตร จะทำให้การจับจ่ายน้อยลงกว่าเดิม
ทั้งนี้ บรรยากาศสงกรานต์น่าจะยังคึกคักในการละเล่นบริเวณเมืองที่คนพำนักอยู่ไม่ได้ออกไปต่างจังหวัดมากนัก ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ข้อมูลจำนวนติดลบเกือบ 3% เทียบกับต้นเดือนมีนาคมที่อยู่ระดับเดียวกัน แม้บรรยากาศเข้าช่วงกรีนซีซั่นแล้ว แต่เทียบการติดลบในเดือนธันวาคม 2568 ที่อยู่ประมาณ 7% ถือว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มรีบาวด์กลับมาแล้ว
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 9 เมษายน 2569

