แคนาดาผลักดันพลังงานครบวงจร พร้อมยกระดับค่าแรงและเร่งลงทุน
รัฐบาลแคนาดาเดินหน้าผลักดันบทบาทประเทศในฐานะผู้นำด้านพลังงานทั้งพลังงานสะอาดและพลังงานดั้งเดิม โดยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติแคนาดาได้กล่าวในเวที CERAWeek 2026 ที่เมืองฮวสตัน รัฐเม็กซัส ว่า แคนาดามีศักยภาพสูงจากทรัพยากรพลังงานที่หลากหลาย ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) พร้อมตั้งเป้าสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศพันธมิตร โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย
แคนาดาเป็นประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยกว่าร้อยละ 97 อยู่ใน Alberta และยังเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติอันดับ 5 ของโลก รวมถึงเป็นหนึ่งในผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีสะอาด เพื่อรองรับความต้องการพลังงานในอนาคต รัฐบาลได้เร่งพัฒนาโครงการ LNG Canada Phase 2 และโครงสร้างพื้นฐานบนชายฝั่งตะวันตก โดยตั้งเป้าขยายกำลังการผลิต LNG เป็น 50 ล้านตันต่อปีภายในสิ้นทศวรรษนี้ นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มขีดความสามารถของท่อส่งน้ำมัน Trans Mountain Expansion Project ให้สามารถขนส่งได้ถึง 1.19 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2573 เพื่อรองรับการส่งออกพลังงานในระยะยาว
ในด้านแรงงาน เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 รัฐบาลแคนาดาได้ประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลกลางจาก 17.75 เป็น 18.15 ดอลลาร์แคนาดาต่อชั่วโมง โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อและยกระดับมาตรฐานค่าจ้าง ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมแรงงานภาคเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลาง และยังคงยึดหลักให้ใช้ค่าแรงขั้นต่ำที่สูงกว่าหากระดับรัฐหรือดินแดนกำหนดไว้สูงกว่า
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 นายกรัฐมนตรีแคนาดาได้ร่วมลงนามข้อตกลงกับ Tim Houston มุขมนตรีแห่งรัฐโนวาสโกเชีย ภายใต้แนวคิด “one project, one review” เพื่อปรับปรุงกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้มีความรวดเร็วและลดความซ้ำซ้อน โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิของชนพื้นเมือง
ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งสนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งและระบบโครงข่ายไฟฟ้า พร้อมทั้งส่งเสริมการลงทุนและยกระดับขีดความสามารถของแคนาดาในการเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดระดับโลก โดยข้อตกลงนี้นับเป็นฉบับที่ 5 ที่รัฐบาลกลางได้ดำเนินการร่วมกับมณฑลต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (ข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 11 เมษายน 2569

