บีโอไอปลื้มยื่นขอลงทุนQ1 ทะลุ1ล้านล. ปชป.เบรกแลนด์บริดจ์ กนง.คงดอกเบี้ย 1%
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงสถานการณ์ลงทุนไทยไตรมาสแรกของปี 2569 ว่า ประเทศไทยยังได้รับความสนใจความเชื่อมั่นจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่องแม้สถานการณ์โลกผันผวน กระแสโยกย้ายฐานการผลิต โดยไตรมาสแรกมีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 624 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1,016,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์
นายนฤตม์ กล่าวว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1)อุตสาหกรรมดิจิทัล 873,741 ล้านบาท (48 โครงการ) ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกิจการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์เซอร์วิส โดยบริษัทชั้นนำจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และมาเลเซีย
2)อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 40,456 ล้านบาท (80 โครงการ) ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ใน Data Center
3)อุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภคพื้นฐาน 17,103 ล้านบาท (108 โครงการ) ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และลม
4)อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร 16,963 ล้านบาท (61 โครงการ) ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกิจการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตทางการเกษตร และ
5)กิจการโลจิสติกส์และบริการที่มีมูลค่าสูง 14,548 ล้านบาท (68 โครงการ) ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกิจการขนส่งทางอากาศ นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายอื่น ๆ
ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงคัดค้านโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติด่วน ขอให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์
เนื่องจากสะท้อนความเร่งรีบผิดปกติของรัฐบาล ที่จะผลักดันโครงการมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งที่ควรจะเป็นโครงการที่พิจารณาอย่างละเอียด โปร่งใส รอบคอบ และยังไม่มีข้อมูลชัดเจนให้พิจารณาศึกษา
นายกรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องแปลกที่ในนโยบายรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ที่นำเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ช่วงหาเสียง ไม่ปรากฏว่ามีโครงการดังกล่าว เป็นนโยบายของทั้งสองพรรค และเมื่อมาถึงการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ปรากฏว่าโครงการที่มีความสำคัญมากขนาดนี้ มีผลผูกพันงบประมาณของประเทศไปอีกหลาย 10 ปีในอนาคต ถูกนำเสนอต่อรัฐสภา
ในขณะแถลงนโยบาย วันนี้กลับกลายเป็นโครงการที่รัฐบาลบอกให้ความสำคัญ พรรคประชาธิปัตย์มีความกังวลในหลายมิติ โดยเฉพาะ สส.ภาคใต้หลายจังหวัด ได้ร่วมกันลงนามในญัตติฉบับนี้ เพื่อสะท้อนความกังวลในเขตพื้นที่ที่มีต่อความความคุ้มค่าของโครงการการใช้เงิน 1 ล้านล้านบาทในโครงการที่นักวิชาการหลายฝ่าย พูดถึงความกังวลว่าไม่มีทางจะคุ้มค่า บริษัทเดินเรือภาคเอกชนก็แจ้งข้อมูลมายังพรรคประชาธิปัตย์ว่า แม้จะสร้างเสร็จแล้วก็ไม่คุ้มที่จะนำมาใช้บริการ
นายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ผลการประชุม กนง. ในวันที่ 29 เมษายน 2569 คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ (6 ต่อ 0 เสียง) ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงผ่านการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและการบั่นทอนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน แต่คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมในการรองรับเศรษฐกิจที่ชะลอลงและความไม่แน่นอนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้การคงอัตราดอกเบี้ยถือว่าเหมาะสมที่สุด
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 30 เมษายน 2569

