เฟดคงดอกเบี้ยเท่าเดิม แต่ความเห็นแตกแยกมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม ในกรอบ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ นับเป็นครั้งที่มีความเห็นแตกแยกเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายมากที่สุดตั้งแต่ปี 1992 ในบริบทของสงครามตะวันออกกลางเป็นปัจจัยที่ทำให้ความไม่แน่นอนอยู่ในระดับสูงเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ
วันที่ 29 เม.ย. 2026 เวลา 14.00 น. ตามเวลา EDT สหรัฐอเมริกา ซึ่งตรงกับเวลา 01.00 น. วันที่ 30 เม.ย. ตามเวลาประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เผยผลการประชุมตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยนโยบายว่า ที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ย ทำให้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 3.50-3.75% แต่เผยให้เห็นถึงความแตกแยกที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มของนโยบายท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ผู้กำหนดนโยบายกำลังเผชิญกับความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างภัยคุกคามจากภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและตลาดแรงงานที่อ่อนตัวลง
ในการประชุมที่นับว่าเฟดแตกแยกกันครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ 4 คนลงคะแนนเสียงคัดค้านการตัดสินใจ รวมถึง 3 คนที่คัดค้านถ้อยคำในแถลงการณ์ หลังการประชุมที่บ่งชี้ว่าธนาคารกลางจะกลับมาลดอัตราดอกเบี้ยในที่สุด
ผู้ที่ลงคะแนนคงดอกเบี้ยได้แก่ เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน ,จอห์น ซี. วิลเลียมส์ รองประธาน ,ไมเคิล เอส. บาร์ ,มิเชล ดับเบิลยู. โบว์แมน,ลิซ่า ดี. คุก,ฟิลิป เอ็น. เจฟเฟอร์สัน, แอนนา พอลสัน,และคริสโตเฟอร์ เจ. วอลเลอร์
ผู้ที่ลงคะแนนคัดค้าน ได้แก่ สตีเฟน ไอ. มิแรน ซึ่งต้องการลดดอกเบี้ยลง 0.25 %
เบธ เอ็ม. แฮมแม็ค, นีล คัชคารี และลอรี เค. โลแกน สนับสนุนการคงดอกเบี้ย แต่ไม่สนับสนุนการรวมแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินไว้ในแถลงการณ์ในขณะนี้
การลงคะแนนเสียง 8-4 ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 1992 ที่เจ้าหน้าที่ 4 คนไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของ FOMC
ซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า ตลาดคาดการณ์ไว้ 100 % ว่าดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลง
แถลงการณ์ FOMC :
คณะกรรมการมุ่งหวังที่จะบรรลุเป้าหมายการจ้างงานสูงสุดและอัตราเงินเฟ้อที่ 2 % ในระยะยาว พัฒนาการณ์ในตะวันออกกลางกำลังส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ คณะกรรมการให้ความสำคัญกับความเสี่ยงทั้งสองด้านของภารกิจคู่ขนานของตน
เจ้าหน้าที่ตกลงที่จะแก้ไขแถลงการณ์เพิ่มเติม โดยเน้นย้ำในบรรทัดที่อธิบายถึงความไม่แน่นอนที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยใช้ถ้อยคำใหม่ในแถลงการณ์ว่า “ระดับสูง” ของความไม่แน่นอนดังกล่าว
พาวเวลล์แถลงข่าว-ตอบคำถาม :
ในการแถลงข่าวครั้งสุดท้ายในฐานะประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด (Fed)กล่าวว่า เขาตั้งใจที่จะดำรงตำแหน่งในธนาคารกลางในฐานะสมาชิกคณะกรรมการบริหาร และจะไม่ลาออกจนกว่าการสอบสวนทางอาญาที่เป็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับธนาคารกลางจะยุติลงอย่างแท้จริงด้วยความโปร่งใสและเด็ดขาด จากการที่อัยการสหรัฐประจำเขตโคลัมเบียกล่าวว่าเธออาจเปิดการสอบสวนอีกครั้งหากจำเป็น
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเห็นต่างใน FOMC พาวเวลล์กล่าวว่า ความเห็นต่างเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นว่าจุดยืนของคณะกรรมการ “กำลังมุ่งไปสู่จุดที่เป็นกลางมากขึ้น” แต่เขากล่าวเสริมว่า “พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องส่งสัญญาณใดๆ ในตอนนี้”
สุบาดรา ราชัปปา หัวหน้าฝ่ายวิจัยสหรัฐของโซซิเอต เจเนอรัล กล่าวว่า ความเห็นต่างดังกล่าวทำให้เราและตลาดประหลาดใจอย่างชัดเจน และอาจเป็นการปูทางไปสู่การเปลี่ยนแปลงจากแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมครั้งต่อไป
สำหรับอนาคตของพาวเวลล์ การตัดสินใจของพาวเวลล์ที่จะอยู่ต่อจะทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐพลาดโอกาสที่จะแต่งตั้งบุคคลอื่นมาดำรงตำแหน่งที่ว่างลงในเฟด และอาจทำให้งานของเควิน วอร์ช ซึ่งมีโอกาสที่จะสืบทอดตำแหน่งประธานเฟดต่อจากพาวเวลล์ หากได้รับการยืนยันจากวุฒิสภา มีความซับซ้อนมากขึ้น
โดยปกติแล้ว ประธานเฟดจะลาออกจากธนาคารกลางเมื่อวาระการดำรงตำแหน่งสิ้นสุดลง แต่พาวเวลล์ ซึ่งวาระการดำรงตำแหน่งประธานจะสิ้นสุดในวันที่ 15 พฤษภาคม สามารถดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการต่อไปได้จนถึงเดือนมกราคม 2028
ในการอยู่ต่อ พาวเวลล์ให้คำมั่นว่าเขาจะไม่พยายามบดบังรัศมีของวอร์ช หรือรักษาอิทธิพลมากเกินไปในนโยบายการเงิน
“ผมวางแผนที่จะไม่แสดงตัวมากนักในฐานะผู้ว่าการ” เขากล่าว “มีเพียงประธานคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐเพียงคนเดียวเท่านั้น เมื่อเควิน วอร์ชได้รับการยืนยันและสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง เขาจะเป็นประธานคนนั้น”
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 30 เมษายน 2569

