ส.อ.ท.เตือนเศรษฐกิจเปราะบาง เสนอรัฐเร่งหนุนสินค้าไทย-อุตสาหกรรมเป้าหมาย
KEY POINTS :
* ส.อ.ท. เตรียมเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง
* เสนอให้มีการฟื้นฟูกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ
* มองว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีศักยภาพในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และท่าเรือน้ำลึก ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการส่งออกและสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังบรรยายพิเศษ หัวข้อ "ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม และการยกระดับ อุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้วยนวัตกรรม" ที่งานสัมมนา “Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” ว่า วันนี้ (12 พ.ค. 69) จะนำคณะกรรมการ ส.อ.ท.เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อหารือประเด็นเศรษฐกิจ
โดยประเด็นหลักคือการขอรับการสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand หรือ MiT) เพื่อรักษาและส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก หากคนไทยมั่นใจและซื้อสินค้าไทย จะเป็นการตอบโจทย์เศรษฐกิจได้มหาศาล
นอกจากนี้ จะมีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการฟื้นกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ให้กลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้ง
ทั้งนี้ เชื่อว่าาหาก กรอ. สามารถขับเคลื่อนงานได้เหมือนในอดีต จะสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนและทำให้การดำเนินนโยบายระหว่างรัฐและเอกชนเป็นไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน
แลนด์บริดจ์เพิ่มโอกาสส่งออก :
ส่วนมุมมองต่อโครงการแลนด์บริดจ์นั้น แม้จะยังเป็นโครงการระยะยาว แต่หากไทยมีระบบโลจิสติกส์ที่ดี และสามารถพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งระนองให้เป็นประตูการส่งออกได้ ก็จะช่วยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและเพิ่มโอกาสด้านการส่งออกของประเทศ หากโครงการนี้เดินหน้าได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนให้ไทยเป็น Global Supply Chain ของสินค้าในภูมิภาคได้
ขณะที่กรณีแนวคิดการกำหนดเงื่อนไขหรือหลักประกันสำหรับการลงทุนของภาคเอกชนนั้น ยอมรับว่าเป็นประเด็นละเอียดอ่อน และยังต้องศึกษาเพิ่มเติม เพราะมีทั้งมิติของการป้องกันความเสี่ยงของประเทศ และผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที 12 พฤษภาคม 2569

