"ทรัมป์" ถึงปักกิ่งแล้ว มาแอร์ฟอร์ซวันพร้อมซีอีโอชุดใหญ่ลุยเจรจา
KEY POINTS :
* ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเพื่อเยือนจีนอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อเจรจาและรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์
* ทรัมป์นำคณะผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐ อาทิ Tesla, Apple, Boeing และ Nvidia ร่วมเดินทางมาด้วยเพื่อผลักดันข้อตกลงทางการค้า
* หัวข้อการเจรจาหลักกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะครอบคลุมประเด็นการค้า การลดอุปสรรคทางธุรกิจ บทบาทของจีนต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเทคโนโลยี
ประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมคณะ เดินทางถึงกรุงปักกิ่งแล้ว ในการเดินทางเยือนจีน อย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง โดยเครื่องบิน Air Force One ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่งก่อนเวลา 20.00 น. วันพุธนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีรองประธานาธิบดี หาน เจิ้ง ของจีน กองเกียรติยศทางทหาร และเด็กหลายร้อยคนโบกธงรอต้อนรับบนพรมแดง

การเดินทางครั้งนี้ยังนับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของผู้นำสหรัฐในรอบ 9 ปี ขณะที่เขตเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกสองประเทศนี้กำลังพยายามรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์ ท่ามกลางการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดี "สี จิ้นผิง" ที่จะเกิดขึ้นภายใต้ฉากหลังของ "สงครามอิหร่าน"
กำหนดการสำคัญจะเริ่มขึ้นในเช้าวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ค. เมื่อปธน.ทรัมป์ จะพบกับประธานาธิบดีสี ที่มหาศาลาประชาคม ในกรุงปักกิ่ง
ผู้นำจีนเข้าสู่การประชุมครั้งนี้ด้วยความมั่นใจมากขึ้น หลังจากการพบกันของทั้งสองฝ่ายที่เกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้ว จีนใช้การครอบครอง "แร่หายาก" (แรร์เอิร์ธ) เป็นเครื่องมือกดดันให้ทรัมป์ยกเลิกแผนขึ้นภาษี ซึ่งหลังจากนั้น ศาลฎีกาสหรัฐได้จำกัดอำนาจของประธานาธิบดีในการออกมาตรการภาษีเพิ่มเติม และสงครามอิหร่านยังบั่นทอนคะแนนนิยมทางการเมืองภายในประเทศของทรัมป์
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์และเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐส่งสัญญาณก่อนเดินทางถึงจีนว่า เขายังคงตั้งใจใช้การประชุมครั้งนี้กดดันผู้นำจีนใน "หลายประเด็นที่อ่อนไหว" ตั้งแต่บทบาทของปักกิ่งต่อความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย ไปจนถึงการลดอุปสรรคทางการค้าสำหรับภาคธุรกิจสหรัฐ
“ผมจะขอให้ประธานาธิบดีสี ซึ่งเป็นผู้นำที่โดดเด่นอย่างยิ่ง ‘เปิด’ ประเทศจีน เพื่อให้คนเก่งเหล่านี้ได้แสดงศักยภาพของพวกเขา และช่วยยกระดับสาธารณรัฐประชาชนจีนให้ก้าวไปอีกขั้น” ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดีย พร้อมกล่าวถึงผู้บริหารภาคธุรกิจที่ร่วมเดินทางไปจีนด้วย “และผมสัญญาว่า เมื่อเราได้พบกันในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า นั่นจะเป็นคำขอแรกของผม”

การประชุมสุดยอดตลอด 36 ชั่วโมง ซึ่งรวมถึงงานเลี้ยงรับรองระดับรัฐ การเยือนหอสักการะฟ้า "เทียนถาน" (Temple of Heaven) และการสนทนาดื่มชาที่ศูนย์กลางของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน "จงหนานไห่" (Zhongnanhai) ถูกเลื่อนมาหลายสัปดาห์ เนื่องจากทรัมป์ประสบปัญหาในการผลักดันให้ความขัดแย้งอิหร่านยุติลง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อข้อเสนอของเตหะรานเกี่ยวกับการยุติโครงการนิวเคลียร์เพื่อแลกกับข้อตกลงสันติภาพ โดยระบุว่าอิหร่านยังไม่ยอมอ่อนข้อเพียงพอ และข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางในปัจจุบันอาจสิ้นสุดลงได้
ก่อนออกเดินทาง ผู้นำสหรัฐพยายามลดความสำคัญของสงครามอิหร่านในวาระการประชุม โดยระบุว่าเขาจะให้ความสำคัญกับการเจรจาการค้ากับปธน.สี จิ้นผิง มากกว่า
อย่างไรก็ตาม จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันส่งออกส่วนใหญ่ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดเศรษฐกิจสำคัญที่ช่วยให้อิหร่านสามารถดำเนินสงครามต่อไปได้ และจีนยังมีอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์เฉพาะตัวที่ทรัมป์อาจต้องการใช้ประโยชน์ ความขัดแย้งดังกล่าวยังสร้างแรงกดดันใหม่ต่อความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ หลังรัฐบาลทรัมป์เพิ่ง "คว่ำบาตร" บริษัทจีนหลายแห่ง จากการซื้อน้ำมันอิหร่านหรือให้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแก่รัฐบาลเตหะราน
เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า รายได้ที่จีนมอบให้อิหร่านรวมถึงความเป็นไปได้ในการส่งออกอาวุธ จะเป็นหนึ่งในหัวข้อหารือระหว่างสองฝ่ายด้วย
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังต้องการผลักดันข้อตกลงทางธุรกิจใน "ภาคเกษตร พลังงาน และอุตสาหกรรมการบิน" รวมถึงกำหนดรายละเอียดของคณะกรรมการการค้าใหม่ที่จะบริหารความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับคู่แข่งอย่างจีน
ภายใต้วาระดังกล่าว ทรัมป์ได้คณะผู้บริหารธุรกิจชั้นนำร่วมเดินทางมาด้วยอย่างคับคั่ง ตั้งแต่ "อีลอน มัสก์" แห่ง Tesla Inc. และ "ทิม คุก" แห่ง Apple Inc. ไปจนถึง "เคลลี ออร์ตเบิร์ก" แห่ง Boeing Co.
ในความเคลื่อนไหวหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจ "เจนเซน หวง" ซีอีโอของ Nvidia Corp. ได้ร่วมขึ้นเครื่องบิน Air Force One ในนาทีสุดท้าย ทำให้ประเด็นเรื่อง AI และเทคโนโลยีกลายเป็นจุดสนใจขึ้นมาทันที
บนเครื่อง Air Force One ยังมี "มาร์โก รูบิโอ" รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งเคยถูกจีนคว่ำบาตรถึงสองครั้งในช่วงดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก จากการวิจารณ์จีนในประเด็นซินเจียงและฮ่องกง รวมถึง "พีต เฮกเซธ" รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ โดยรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐคนล่าสุดที่เคยเยือนจีนคือ เจมส์ แมตทิส ซึ่งเข้าพบปธน. สี จิ้นผิง ที่ปักกิ่งเมื่อปี 2018
คาดว่าผู้นำทั้งสองจะหารือเรื่องการขยายเวลาพักรบทางการค้าที่บรรลุร่วมกันเมื่อเดือนต.ค. 2025 ซึ่งรวมถึงการลดภาษีและผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออก เช่น การส่งออกแร่หายากไปยังสหรัฐ
ก่อนทรัมป์เดินทางถึงจีน "สก็อตต์ เบสเซนต์" รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และ "เหอ ลี่เฟิง" รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้หารือกันราว 3 ชั่วโมงที่เกาหลีใต้ เพื่อปูทางสู่การประชุมระดับผู้นำในสัปดาห์นี้
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 13 พฤษภาคม 2569

