ทะเลแดงเดือด! ดันราคาน้ำมันโลกพุ่ง กองทุนฯ ควักวันละ 650 ล้าน หวั่นติดลบแสนล้าน
KEY POINTS :
* สถานการณ์ในทะเลแดงทวีความรุนแรงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดโลกพุ่งสูงเกิน 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มแตะ 100 ดอลลาร์ฯ
*
* ผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยต้องแบกรับภาระอุดหนุนราคาพลังงานสูงถึงวันละประมาณ 651.31 ล้านบาท
*
* ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากรัฐบาลยังคงอุ้มราคาน้ำมันแบบเดิม มีความเสี่ยงสูงที่หนี้กองทุนน้ำมันฯ ซึ่งปัจจุบันติดลบกว่า 60,000 ล้านบาท จะพุ่งกลับไปแตะระดับแสนล้านบาทอีกครั้ง
จากกรณีที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นหลังจากกลุ่มติดอาวุธฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง ซึ่งเป็นการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันที่รุนแรงขึ้น
ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการอิสระด้านพลังงาน เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางล่าสุดว่า ขณะนี้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำโดยกลุ่มฮูตี และการที่สหรัฐฯ สั่งโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นเกินกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้วในขณะนี้”
✅ ทะเลแดง" กระทบส่งออกซาอุฯ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ศ.ดร.พรายพล กล่าวว่า จุดที่น่ากังวลที่สุดคือการโจมตีในบริเวณช่องแคบบับอัลมันดับ (Bab el-Mandeb) ในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียผ่านท่าเรือยันบู โดยปกติจะมีปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบนี้สูงถึง 4-5 ล้านบาร์เรลต่อวัน การที่ซาอุฯ พยายามเลี่ยงเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซมาใช้เส้นทางทะเลแดงแต่ยังถูกโจมตี ยิ่งทำให้สถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันรุนแรงขึ้น
"หากกลุ่มฮูตียังคงโจมตีหนักขึ้น โดยเฉพาะถ้าลามไปถึงโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งผลิต หรือท่อน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย จะกลายเป็นปัญหาใหญ่มาก ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานต่างก็คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแน่นอน" ศ.ดร.พรายพล กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่สงครามจะขยายวงกว้าง (Escalation) จากการตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจลุกลามไปถึงการโจมตีโรงไฟฟ้าและแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น คูเวต โอมาน กาตาร์ และจอร์แดน ซึ่งจะส่งผลกระทบไม่ใช่แค่การขนส่ง แต่จะกระทบไปถึงความมั่นคงทางพลังงานและการผลิตในระดับภูมิภาค รวมถึงชีวิตผู้คนในวงกว้าง
✅ ห่วง "กองทุนน้ำมัน" วิกฤติ ติดลบแสนล้านอีกครั้ง
สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทย ศ.ดร.พรายพล กล่าวยอมรับว่า ราคาน้ำมันตลาดโลกที่แพงขึ้น ประทบกับประเทศไทยที่หนีไม่พ้นที่จะส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันติดลบอยู่กว่า 60,000 ล้านบาท หากรัฐบาลยังคงใช้วิธีการอุ้มราคาทั้งหมดแบบเดิม มีความเสี่ยงสูงที่ภาระหนี้ของกองทุนน้ำมันจะกลับไปแตะระดับแสนล้านบาท เหมือนในช่วงที่ผ่านมา
"เราคงหนีไม่พ้นน้ำมันแพง และใช้กลไกของกองทุนน้ำมันฯ มาแบกรับ แต่จะทำอย่างไรให้ผ่อนหนักเป็นเบา เครื่องมือเดิมๆ ในระยะสั้นอาจต้องนำมาใช้ และต้องระวังการใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท ให้มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน" ศ.ดร.พรายพล กล่าว
✅ จี้รัฐบาล "เลิกอุดหนุนเหมาเข่ง" เตรียมแผนรองรับ
ทั้งนี้ ศ.ดร.พรายพล ได้เสนอแนะแนวทางรับมือต่อรัฐบาลและประชาชน 3 ประเด็นหลัก แบ่งเป็น
1. มาตรการประหยัดพลังงาน สำหรับประชาชนจะต้องตระหนักถึงการใช้น้ำมันรวมถึงไฟฟ้าอย่างประหยัด เพราะไทยต้องนำเข้าเป็นส่วนใหญ่
2. การปรับมาตรการอุดหนุน เสนอให้ภาครัฐพิจารณาการช่วยเหลือแบบเฉพาะจุด หรือช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางแทนการอุดหนุนราคาทั้งหมด เพื่อลดภาระงบประมาณ
3. ความมั่นคงระยะยาว เร่งการสำรวจและผลิตพลังงานในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางทะเลอันดามันที่ควรเร่งดำเนินการประมูลสัมปทาน แม้จะต้องใช้เวลาในการพัฒนาก็ตาม
ทั้งนี้ อาจจะต้องชื่นชมบริษัทน้ำมันของไทยที่สามารถกระจายแหล่งการซื้อน้ำมันดิบได้ดี ทำให้ที่ผ่านมาไทยยังไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน แม้ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลกก็ตาม
✅ ดันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นรุนแรง
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงและยืดเยื้อ หลังการเจรจาประสบความล้มเหลว ประกอบกับการโจมตีระลอกใหม่ที่ขยายวงกว้างไปยังประเทศรอบอ่าวอาหรับ รวมถึงการยืนยันของอิหร่านในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ สถานการณ์ยังทวีความตึงเครียดหนักยิ่งขึ้นในบริเวณ ทะเลแดง (Red Sea) จากกรณีกลุ่มฮูตีในเยเมนยกระดับมาตรการปิดล้อมทางทะเล และโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าที่เข้าจอดหรือใช้บริการท่าเรือในฝั่งทะเลแดง ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากต้องเบี่ยงเส้นทาง และต้นทุนค่าขนส่งทางเรือพุ่งสูงขึ้นทันที
โดยสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ภาพรวมราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้นมากถึง 1.4% ไปซื้อขายเหนือระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากปิดตลาดที่ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ในเซสชันก่อนหน้า ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (WTI) อยู่ใกล้ระดับ 88 ดอลลาร์
ทั้งนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 พุ่งสูงถึง 163.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซิน พุ่งสูงขึ้น 124.92 ดอลบาร์ต่อบาร์เรล
✅ กองทุนน้ำมันฯ ควักวันละกว่า 650 ล้านบาท
อีกทั้ง ยังได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 651.31 ล้านบาท ส่งผลให้วันนี้ (23 ก.ค. 2569) กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะต้องเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 0.78 บาทต่อลิตร เป็น 8.57 บาทต่อลิตร
เพื่อให้ราคาขายปลีกเป็น 36.69 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 เพิ่มการชดเชย 0.56 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 12.95 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 31.69 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันดีเซลพรีเมี่ยม จัดเก็บ 1.50 บาทต่อลิตร
ในขณะที่สำหรับกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล ลดการจัดเก็บ 0.41 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 4.19 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 45.68 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 เพิ่มการชดเชย 0.30 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.89 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 36.69 บาทต่อลิตร
น้ำมันแก๊สโซฮอล 91 เพิ่มการชดเชย 0.30 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.89 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 36.32 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล E20 เพิ่มการชดเชย 0.17 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 6.47 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ เพื่อให้ราคาขายปลีกเป็น 31.69 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ลดการชดเชย 0.53 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 4.37 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 27.63 บาทต่อลิตร
“ในช่วงความมั่นคงทางพลังงานของประเทศมีความผันผวน จึงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ใช้เท่าที่จำเป็นและประหยัดที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นการช่วยลดภาระของประเทศด้วย”
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 23 กรกฏาคม 2569

