'ธนาคารโลก' แนะไทยดึง AI เพิ่มผลิตภาพ ก้าวข้ามกับดัก ‘รายได้ปานกลาง’
✅ KEY POINTS
* ธนาคารโลกชี้ว่าการเพิ่ม “ผลิตภาพ” เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และอาเซียนในภาวะที่ประชากรวัยทำงานลดลง
* ฟรานซิสกา ระบุว่าภาคธุรกิจไทยใช้ AI เพียง 12% ซึ่งต่ำกว่าสหรัฐมาก สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนทักษะ จึงจำเป็นที่ภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมการใช้งาน กำหนดกฎระเบียบ และยกระดับทักษะแรงงาน
* การดึงดูดการลงทุนด้าน AI ต้องการปัจจัยสำคัญ 3 ประการ คือ พลังงานที่มั่นคงสำหรับดาต้าเซนเตอร์, ตลาดแรงงานที่ปรับตัวสู่ยุค AI โดยเน้น "ทักษะที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้วย AI" และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับใช้เทคโนโลยี
* ไทยมีจุดแข็งด้านฐานการผลิตที่มั่นคง ภาคบริการที่เข้มแข็ง และการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ AI ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพมากขึ้น
ฟรานซิสกา โอนซอร์เกอ (Franziska Ohnsorge) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียใต้จากธนาคารโลกกล่าวในงาน Thailand Economic Outlook 2027: New Horizon Beyond the Trap ของกรุงเทพธุรกิจ เผยว่า การเพิ่ม “ผลิตภาพ” กลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะที่ประชากรวัยทำงานกำลังทรงตัวหรือลดลง

แม้ในปัจจุบันประเทศไทยมีบางภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจที่มีความโดดเด่นระดับโลก โดยบริษัทไทยชั้นนำสามารถแข่งขันในเวทีสากล และมีผลิตภาพเทียบเท่ากับบริษัทในประเทศรายได้สูง รวมถึงนักเรียนสาย STEM ของไทยก็ทำคะแนนสอบมาตรฐานสากลได้ดีเยี่ยมกว่าบางประเทศ
✅ 2 วิธีไทยเร่งเพิ่ม ‘ผลิตภาพ’
ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ ความท้าทายหลักอยู่ที่การเพิ่มอัตราการเติบโตของผลิตภาพ โดยเฉพาะในภาวะที่ประชากรวัยทำงานกำลังทรงตัวหรือหดตัวลง]
ฟรานซิสกา มองว่ามี 2 แนวทางสำคัญคือ การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการแข่งขัน และการยกระดับทางเทคโนโลยีซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มผลิตภาพให้กับทุกคนในระบบเศรษฐกิจ
แต่ทว่าฟรานซิสกาเผยถึงตัวเลขที่น่าสนใจของการนำ AI มาประยุกต์ใช้งานจริงที่ภูมิภาคนี้ยังคงล้าหลังอยู่มาก
ผลสำรวจพบว่ามีภาคธุรกิจไทยเพียง 12% เท่านั้นที่มีการใช้งาน AI ซึ่งยังต่ำกว่าภาคธุรกิจในสหรัฐอเมริกา ที่มีอัตราการใช้อยู่ที่ 43% อย่างมาก โดยสาเหตุสำคัญอันดับแรกมาจากอุปสรรคเรื่องการขาดแคลนความรู้ และทักษะในการนำ AI ไปใช้งานจริง
ดังนั้นการขยายการใช้งาน AI ให้แพร่หลายจำเป็นต้องพึ่งพาบทบาทของภาครัฐ ทั้งในมิติเฉพาะด้าน AI โดยนำ AI ไปปรับใช้ในบริการของภาครัฐให้มากขึ้น รวมทั้งการเป็นผู้กำกับดูแล เพื่อกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนให้ภาคเอกชนนำ AI ไปใช้ได้อย่างมั่นใจ
รวมทั้งในมิติทั่วไปในการนำมาใช้งานจริงคือ การพัฒนา และยกระดับทักษะแรงงานให้พร้อมรับการใช้เทคโนโลยีใหม่
✅ 3 ปัจจัยพลิกเกมลงทุน AI ใน ‘อาเซียน’
เมื่อมองในภาพรวมของการแข่งขันดึงดูดการลงทุนระดับภูมิภาค ประเทศในเอเชียต่างแข่งขันกันเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โดยปัจจัยชี้วัดความสามารถในการแข่งขันด้านบุคลากร ประกอบด้วย 3 ประเด็นสำคัญ
1)การลงทุนด้านดาต้าเซนเตอร์
จากการศึกษาทำเลที่ตั้งของดาต้าเซนเตอร์หลายพันแห่งทั่วโลก พบว่าปัจจัยหลักไม่ได้มีแค่เรื่อง "ราคาถูก" แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พลังงานที่มั่นคง และมีปริมาณมากเพียงพอควบคู่ไปกับความพร้อมของแรงงานที่มีทักษะ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีกฎระเบียบชัดเจน
2)การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน
ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค AI โดยในภูมิภาคนี้ยังไม่พบการเลิกจ้างงานจำนวนมาก แต่กำลังเกิดการ "ปรับรูปแบบ" ของตลาดแรงงาน
เมื่อบริษัทต่างๆ มองหาทักษะด้าน AI พวกเขาไม่ได้มองหาแค่ตัวเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องการ "ทักษะที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้วย AI" เช่น ทักษะคณิตศาสตร์เชิงปริมาณ การคิดเชิงวิเคราะห์ และทักษะการสื่อสาร เช่น การเจรจากับลูกค้าและการนำเสนอ ซึ่งทักษะพื้นฐานเหล่านี้ช่วยให้แรงงานมีความน่าเชื่อถือ และทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3)บทเรียนจากการปรับใช้เทคโนโลยี
หากย้อนดูตั้งแต่ยุค Machine Learning ในช่วงปี 2016 เป็นต้นมา จะเห็นว่ากลุ่มองค์กรข้ามชาติ Multinational Corporations ที่มีทุนเดิมด้านเทคโนโลยี และแรงกดดันทางธุรกิจ เป็นกลุ่มแรกๆ ที่ปรับตัว และนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว จากการมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย เช่น ตั้งอยู่ใกล้สถาบันการศึกษาที่มีบุคลากรเก่งด้านคณิตศาสตร์ และมีความพร้อมด้านระบบดิจิทัลพื้นฐานอยู่แล้ว เช่น Excel หรือระบบ ERP
สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า ภาครัฐจำเป็นต้องผลักดันนโยบายที่สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ภูมิภาคเอเชียสามารถคว้าโอกาส และเติบโตไปพร้อมกับกระแส AI ได้อย่างเต็มที่
✅ จุดแข็งไทย’ ในเวทีอาเซียน
ประเทศไทยมีฐานการผลิตที่มั่นคง และมีอุตสาหกรรมบริการที่เข้มแข็งเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ไทย และหลายประเทศในเอเชียตะวันออกยังมีจุดแข็งสำคัยคือ การเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ซัปพลายเชน AI ระดับโลกโดยเฉพาะในฝั่งการผลิตฮาร์ดแวร์ และสินค้าเทคโนโลยี
นอกจากนี้ ไทยยังมีความโดดเด่นเชิงโครงสร้างในภาคการท่องเที่ยว และบริการ ซึ่งมีสัดส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หรือ GDP ของประเทศในระดับที่สูง
หากถามฉันว่าสิ่งที่คาดหวังจะให้เกิดขึ้นในวันนี้คืออะไร สิ่งที่ฉันอยากเห็นผลลัพธ์จริงๆ ก็คือ
"การสร้างงานที่มากขึ้น และเป็นงานที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น"
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 8 ตุลาคม 2569

