"กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ" จับมือเอกชน เตรียมจัดงาน "TAPA 2023" พร้อมเปิดเวทีเจรจาการค้าสินค้าชิ้นส่วน-อะไหล่ยานยนต์ ใหญ่สุดในอาเซียน
‘กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ’ จับมือ เอกชน เตรียมจัดงาน “TAPA 2023” พร้อมเปิดเวทีเจรจาการค้าสินค้าชิ้นส่วน-อะไหล่ยานยนต์ ใหญ่สุดในอาเซียน 5-8 เม.ย.นี้
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทย ก่อให้เกิดการจ้างงานภายในประเทศกว่า 550,000 คน ในแต่ละปีไทยมีการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์มูลค่าเฉลี่ย 14,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี หรือประมาณ 480,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.5% หรือเป็นอันดับ 4 ของมูลค่าการส่งออกรวมของประเทศไทย ซึ่งในปี 2565 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้ถึง 15,649 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 542,361 ล้านบาท ตลาดส่งออกสำคัญได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อผลักดันและขยายการส่งออกสินค้าและบริการของไทยเข้าสู่ตลาดที่มีศักยภาพ

ทั้งนี้ กรมฯ จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง ในหลายรูปแบบ ซึ่งงานแสดงสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง (Thailand International Auto Parts & Accessories Show: TAPA 2023) เป็นงานแสดงสินค้าสำคัญของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่จัดต่อเนื่องมากว่า 2 ทศวรรษ เป็นงานที่รวบรวมสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง จากผู้ประกอบการไทยและต่างชาติมาร่วมจัดแสดงอย่างครบวงจร จนได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลกหรือ World Auto Parts Sourcing Hub
โดยปีนี้กลับมาจัดอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ภายใต้แนวคิด Sustainable for the Future แสดงทิศทางของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ของไทย ที่จะพัฒนาและเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นความยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์โลกยุคใหม่ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–8 มีนาคม 2566 วันเจรจาธุรกิจ 5-7 เมษายน 2566 เวลา 10:00–18.00 น. วันจำหน่ายปลีก 8 เมษายน 2566 เวลา 10.00–16.00 น. ณ EH102 – 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค
ดังนั้น งาน TAPA จึงเป็นงานสำคัญที่คนในวงการจะได้พบปะเจรจาการค้า สร้างเครือข่ายธุรกิจ ได้อัปเดตเทรนด์ และนวัตกรรมใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าถึง 455 บริษัท 787 คูหาจากหลากหลายประเทศทั่วเอเชีย ภายในพื้นที่จัดงานกว่า 15,000 ตารางเมตร นับเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญของประเทศ ที่จะแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมของไทยในการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ระดับโลก
“นอกจากจะได้พบกับสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์อย่างครบวงจรแล้ว ผู้เข้าชมงานยังจะได้พบกับกิจกรรมต่างๆ อีกมายมาย อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการภาพลักษณ์อุตสาหกรรมฯ การจัดเสวนาและสัมมนาในหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ อะไหล่ยนต์ไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน แนวโน้มการใช้พลังงานในอนาคต การจัดแสดงสินค้าไฮไลท์ ทั้งนวัตกรรมสำหรับยานยนต์ สินค้าเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ชิ้นส่วนยานยนต์อิเล็กทรอนิกส์ นวัตกรรมยางพารา และสินค้า BCG สำหรับผู้สนใจที่ไม่สามารถเดินทางมาเยี่ยมชมงานได้ ก็สามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าเสมือนจริง หรือ Virtual Trade Show (VTS) โดยจะเปิดระบบให้เข้าชมและเจรจาการค้าแบบ Real Time พร้อมสามารถนัดหมายเจรจาการค้าล่วงหน้าผ่านระบบ VTS นี้ได้ ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน-31 พฤษภาคม 2566 และหลังจากนั้นระบบจะเปิดเป็นลักษณะ Showroom สินค้าของผู้เข้าร่วมงาน TAPA เพื่อที่ผู้สนใจจะสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ทุกเวลาตลอด 365 วัน” นายภูสิตกล่าว
นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) กล่าวว่า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยในมุมมองของระดับโลกนั้น มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับมาก สามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ มีห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งยาวนานมากว่า 50 ปี สามารถผลิตชิ้นส่วนได้สำหรับรถยนต์ทุกชิ้นส่วน ซึ่งจะเห็นได้จากยอดการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ในทุกๆ ปีที่ผ่านมา ที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น และทำตลาดไปทั่วโลก แม้จะมีสถานการณ์โควิดเข้ามา แต่การส่งออกก็ยังทำได้ดี
รวมถึงการที่ผู้ผลิตจากนานาประเทศให้ความสนใจในงาน TAPA 2023 นี้เป็นอย่างมาก ซึ่งสมาคมฯ มีความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมมาโดยตลอด และมีการเตรียมตัวสำหรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์บริบททั่วโลก และยังรักษาการเป็นศูนย์รวมการส่งออกสำคัญไว้ได้ ซึ่งจากคอนเซ็ปต์ Sustainable for the Future ของงาน TAPA ในครั้งนี้ ก็จะเห็นได้ว่า ไทยมีความพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน จึงไม่อยากให้พลาดงานสำคัญในครั้งนี้
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 16 มีนาคม 2566

