การทัวร์ของ "ท่านสี" คงไม่มีผล ! จีน FDI ลดฮวบ 56% ธุรกิจยุโรปชี้ชัด ไม่อยากลงทุน
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2024 ในขณะที่ "สี จิ้นผิง" (Xi Jinping) ประธานาธิบดีจีนอยู่ระหว่างการเดินทางเยือน 3 ประเทศในยุโรป มีการเปิดเผยข้อมูลที่อาจจะทำให้เขาไม่สบอารมณ์ คือการเผยผลสำรวจที่ว่า ธุรกิจยุโรปในประเทศจีนมีความมั่นใจกับการทำธุรกิจในประเทศจีนลดน้อยลงมาก ๆ ทำให้ความอยากลงทุนลดน้อยลงไปด้วย
ผลการสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจประจำปี 2024 ของหอการค้าสหภาพยุโรปในประเทศจีน (EUCCC) ซึ่งสำรวจความเห็น 529 บริษัทสมาชิก ดำเนินการสำรวจในช่วงกลางเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2024 พบว่ามีบริษัทยุโรปที่ดำเนินงานในจีนจำนวนมากขึ้นที่กังวลว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของพวกเขา
การสำรวจพบว่า มีเพียง 15% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่ตอบว่า จีนเป็น “ตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับการลงทุนในปัจจุบัน” ขณะที่มีเพียง 13% ที่มองว่าจีนเป็น “ตัวเลือกเป้าหมายอันดับต้น ๆ สำหรับการลงทุนในอนาคต” ตัวเลขทั้งสองนี้ลดลงจากปีที่แล้วและลงสู่ระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์
68% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า การทำธุรกิจในจีนเป็นเรื่องยากมากขึ้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่มีคำถามนี้เพิ่มเข้ามาในแบบสำรวจเมื่อปี 2014 โดยมีปัจจัยหลัก ได้แก่ กฎเกณฑ์และข้อบังคับที่ไม่ชัดเจนของประเทศจีน และสภาพแวดล้อมทางกฎหมายที่ไม่สามารถคาดเดาได้ และผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งกล่าวด้วยว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในจีนมีความเกี่ยวข้องกับการเมืองมากขึ้นในปีที่ผ่านมา อุปสรรคด้านกฎระเบียบทั้งในและนอกประเทศจีนก็ได้เข้ามามีบทบาททำให้การทำธุรกิจยากขึ้นด้วย รวมถึงกฎหมายความปลอดภัยของข้อมูลและความมั่นคงของชาติ กฎหมายการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานของสหภาพยุโรป และการควบคุมการส่งออกของสหรัฐอเมริกา
ผลการสำรวจพบว่า มีเพียง 3 ใน 10 บริษัท (ราว 33%) เท่านั้นที่รายงานว่า บริษัทมีอัตรากำไรในจีนสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดยสัดส่วนนี้ลดลงจากสัดส่วนประมาณ 50% ในปี 2021
55% ของผู้ตอบแบบสอบถามจัดอันดับ “เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว” เป็น 1 ในปัจจัยความท้าทาย 3 อันดับแรกของการทำธุรกิจในจีน เพิ่มขึ้นจากการสำรวจในปีก่อนหน้าซึ่งสัดส่วนนี้อยู่ที่ 36%
เยนส์ เอสเคลุนด์ (Jens Eskelund) ประธานหอการค้ายุโรปในจีนถึงกับกล่าวว่า ผมจำไม่ได้ว่าในประวัติศาสตร์การสำรวจขององค์กรนี้ เคยได้เห็นข้อกังวลอันดับต้น ๆ เพิ่มขึ้น 19 จุดเปอร์เซ็นต์ในช่วง 1 ปีหรือไม่ นอกจากนี้ มีสมาชิก 68% ที่บอกว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น อุปสงค์ที่ลดลงในจีนส่งผลเสียต่อความสามารถในการสร้างรายได้ในตลาดจีน
ผลการสำรวจนี้ถูกเผยแพร่ออกมาในสัปดาห์เดียวกับที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนเดินทางเยือนยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ซึ่งในระหว่างเยือน เขาให้คำมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ให้โอกาสธุรกิจยุโรปเข้าถึงตลาดจีนได้มากขึ้น แต่คำมั่นของเขาไม่น่าจะช่วยดึงการลงทุนได้เท่าไรนัก เพราะคะแนนของจีนในฐานะ “จุดหมายปลายทางการลงทุน” ตกต่ำลงต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ
แม้ว่าจีดีพีของจีนในไตรมาสแรกของปีนี้จะขยายตัวได้ถึง 5.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) ท่ามกลางอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา แต่เอสเคลุนด์กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทยุโรปให้ความสำคัญกับตัวเลขจีดีพีน้อยลง แต่ให้ความสำคัญกับเครื่องยนต์ที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของเศรษฐกิจมากขึ้น
“หากคุณมีการเติบโตของจีดีพีซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตโดยที่ไม่มีดีมานด์ นั่นถือเป็นเรื่องเลวร้ายสำหรับธุรกิจ ในทางกลับกัน หากคุณมีการเติบโตของจีดีพีโดยคำนึงถึงการเติบโตของการบริโภคเป็นหลัก ก็จะเป็นผลดีอย่างมากต่อธุรกิจยุโรป” ประธานหอการค้ายุโรปในประเทศจีนกล่าว
ในวันเดียวกันที่ผลการสำรวจของหอการค้ายุโรปเผยแพร่ออกมา หน่วยงานรัฐของจีนได้เผยแพร่ข้อมูลการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) ออกมา ซึ่งตัวเลขเน้นย้ำแนวโน้มนี้ยิ่งขึ้นอีก
สำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศแห่งชาติของจีน (SAFE) เผยว่า มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สุทธิ ในไตรมาสแรกของปี 2024 อยู่ที่ 10,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 37,8916 ล้านบาท) ลดลง 56% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า
แม้ว่ามูลค่า FDI สุทธิยังเกินดุล หรือเงินลงทุนไหลเข้าใหม่ยังมากกว่าเงินทุนที่ไหลออก แต่มูลค่า FDI สุทธิที่ลดลงจากปีก่อนหน้า ก็เป็นการตอกย้ำถึง “ความไม่เต็มใจ” ของธุรกิจจากทั่วโลกในการที่จะทุ่มเงินเข้าสู่เศรษฐกิจจีน ซึ่งต้องเผชิญกับอุปสงค์ภายในประเทศจีนที่อ่อนแอ
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 13 พฤษภาคม 2567