ททท. รับนทท.อินเดียคนที่ 2 ล้าน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตั้งเป้าปี 68 แตะ 2.5 ล้านคน
นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีต้อนรับนักท่องเที่ยวอินเดียคนที่ 2 ล้าน ประกาศความสำเร็จพร้อมเฉลิมฉลองนักท่องเที่ยวอินเดียครบตามเป้าหมายปี 2567 โดยเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยแรงส่งสำคัญจากมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่าฟรี) การขยายระยะพำนักไม่เกิน 60 วันของรัฐบาลไทย และความร่วมมือในการผลักดันโอกาสทางการบินระหว่างประเทศของรัฐบาลอินเดีย สะท้อนสัญญาณบวกในการเดินหน้าดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าไทย รวมทั้งเป็นโอกาสในการส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ Amazing Thailandและตอกย้ำความเชื่อมั่นประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในใจนักท่องเที่ยว

นายสรวงศ์ กล่าวว่า คาดว่าตลอดทั้งปี 2567 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียกว่า 2.1 ล้านคน สร้างรายได้ 83,900 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนสะสมสูงสุดเท่าที่เคยมีมา และเป็นแนวโน้มที่ดีในการเดินหน้าบูสต์ตลาด ด้วยเป้าหมายสูงสุดที่ 2.5 ล้านคนในปี 2568 โดยอินเดียเป็นตลาดที่มีนัยสำคัญต่ออัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวภาพรวมของประเทศไทยเป็นอย่างมาก จาก 11 เดือนที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเข้าไทยแล้วกว่า 1,908,432 คน ทำให้อินเดียเข้าไปเป็นหนึ่งใน TOP 5 ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยมากที่สุด และวันนี้ 16 ธันวาคม 2567 เราสามารถพิชิตจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้ ที่ 2 ล้านคน ซึ่งการเฉลิมฉลองครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนความสำเร็จของนโยบายอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยว (Ease of Traveling) ที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ล่าสุดมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อการท่องเที่ยวและติดต่อธุรกิจระยะสั้น ระยะเวลาพำนักไม่เกิน 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป ทำให้สามารถกระตุ้นนักท่องเที่ยวอินเดียเข้าไทยจาก 6,000คน เป็นสูงสุดที่ 7,005 คนต่อวัน รวมถึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ผนวกกับความร่วมมือของรัฐบาลอินเดียในการผลักดันโอกาสทางการบินระหว่างกัน เพิ่มเพดานจำนวนผู้โดยสารจากเดิม 29,759 เป็น 42,000 ที่นั่งต่อสัปดาห์ ทำให้สองประเทศสามารถเดินทางไปมาหาสู่เชื่อมต่อกันได้ไร้รอยต่อ อันเป็นประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมหาศาล
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท. ของที่ระลึกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แก่นักท่องเที่ยวในเที่ยวบิน TG324 การบินไทย ซึ่งมีผู้โดยสาร จำนวน 294 ราย เดินทางจากกรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดียถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 16.50 น. รวมถึงตอกย้ำความพิเศษแก่นักท่องเที่ยวคนที่ 2 ล้านซึ่งได้แก่ Mr. Chetan Gupta ด้วยการมอบของขวัญ ประกอบด้วย บัตรโดยสารเครื่องบินสายการบินไทยเส้นทางบินระหว่างประเทศ (อินเดีย-กรุงเทพฯ-อินเดีย) ชั้นธุรกิจ จำนวน 2 ที่นั่ง และบริการรถ Limousine จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โรงแรมที่พักระดับ 5 ดาว ในกรุงเทพฯ จำนวน 2 คืน และในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีหรือประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 2 คืน จาก ททท. และการให้บริการและอำนวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า จากปัจจัยสนับสนุนของการเติบโตของเศรษฐกิจอินเดียที่ขยายตัวสูง และ Seat Resumption ตลอดทั้งปี 2567 คาดว่าจะมีจำนวนเที่ยวบิน 342 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ประมาณ 16,146 เที่ยว/ปี รวมกว่า 2.9 ล้านที่นั่ง ฟื้นตัวกว่าร้อยละ 92.2 ของปี 2562

รวมทั้งนโยบายส่งเสริมให้พลเมืองออกเดินทางของรัฐบาลอินเดีย และความตื่นตัวของสายการบินหลังจากเพิ่มเพดานความจุโดยสารเที่ยวบินระหว่างไทย-อินเดีย จึงมีการเพิ่มเที่ยวบินและเปิดเส้นทางบินใหม่ในปี 2567 อาทิ สายการบิน Indigo เส้นทางไฮเดอราบัด-กรุงเทพฯ ทำการบินทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน สายการบินไทย เส้นทางโคชิน-กรุงเทพฯ ทำการบินทุกวันพุธ ศุกร์ และอาทิตย์ วันละ 1 เที่ยวบิน สายการบินไทยแอร์เอเชีย เส้นทาง วิศาขาปัฏฏนัม-กรุงเทพฯ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ เส้นทางอัมริตสาร์-กรุงเทพฯ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
เส้นทางกัลกัตตา-กรุงเทพฯ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เส้นทางโคชิน-กรุงเทพฯ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และ อาห์เมดาบัด-กรุงเทพฯ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็นต้น ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวชาวอินเดียตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของประเทศไทยในการนำเสนอเสน่ห์ไทยเพื่อดึงดูดและช่วงชิงสัดส่วนนักท่องเที่ยวคุณภาพจากอินเดีย ตลอดจนส่งเสริมและตอกย้ำความเชื่อมั่นประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมในใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 16 ธันวาคม 2567