สมาคมโรงแรม แนะรัฐเร่งออก "เที่ยวคนละครึ่ง" เพิ่มเวลาเตรียมตัวเที่ยว
สมาคมโรงแรมไทย แนะรัฐเร่งออกเที่ยวคนละครึ่ง พฤษภาคมนี้ พร้อมประกาศแผนชัดเจน เพิ่มเวลาเตรียมเที่ยวทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า หลังจากผ่านช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปลายเดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี จะเริ่มต้นสู่ช่วง นอกฤดูกาลท่องเที่ยวหรือ (โลว์ซีซั่น) ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจเข้ามาเที่ยวไทยชะลอตัวลง
สิ่งที่รัฐบาลควรต้องเร่งทำ คือหามาตรการเสริมออกมากระตุ้นการเที่ยวไทยในช่วงเวลาดังกล่าวโดยเฉพาะตลาดไทยเที่ยวไทย หรือการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งขณะนี้มีรัฐบาลประกาศเบื้องต้นถึงแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ เป็นการท่องเที่ยวแบบจ่ายคนละครึ่ง หรือ 50% ระหว่างประชาชนและรัฐบาล ถือว่าให้สิทธิประโยชน์เป็นสัดส่วนที่มากกว่าการกระตุ้นท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่าจะออกมาในเดือนมิถุนายน ซึ่งส่วนนี้มองว่าสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้
แต่หากพิจารณาสัดส่วนการใช้จ่ายระหว่างรัฐบาลและประชาชนแล้ว มองว่าน่าจะดีกว่าที่เคยออกมา เพราะจ่ายเป็นคนละครึ่ง แต่อยากให้รัฐบาลรีบประกาศรายละเอียดความชัดเจนออกมาเลย ทั้งขั้นตอนรับสิทธิ สิทธิประโยชน์ที่ได้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ไปในทิศทางเดียวกัน เตรียมตัวในการเข้าร่วมโครงการทั้งของประชาชนที่จะออกเดินทางท่องเที่ยว และผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการด้วย
รอ มิ.ย. ยาวเกินไป :
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรต้องเร่งประกาศแผนชัดเจนออกมา เพราะเรายังต้องใช้เวลาในการวางแผนการเดินทาง อาทิ หาวันหยุดต่างๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา รัฐบาลประกาศจะเริ่มดำเนินโครงการอะไรออกมาแล้วมักใช้เตรียมตัวไม่นานก็จะเริ่มใช้แล้ว ทำให้เตรียมตัวไม่ทันทั้งผู้ประกอบการและประชาชน จึงมองว่าการประกาศความชัดเจนล่วงหน้าออกมาตามแผนงานที่วางไว้อย่างชัดเจนแล้วของรัฐบาล คงไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร หากตั้งใจทำไว้แล้ว
ส่วนการต้องรอไปใช้ถึงเดือนมิถุนายนจะล่าช้าเกินไปหรือไม่ระหว่างทางควรจะออกอะไรมาเพิ่มอีกนั้น เราเข้าใจว่ามาตรการที่จะออกมาเพิ่มเติมคงยาก แต่ก็อยากให้ประกาศเริ่มใช้เร็วขึ้น ขยายระยะเวลาในการใช้และวาวแผนเที่ยวมากขึ้น เพื่อไม่ให้ผลทางเศรษฐกิจที่ควรได้รับลดลง”
แรงส่งไฮซีซั่นทำได้ดี :
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวไทย แรงส่งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นโมเมนตัมที่ดี นอกเหนือจากข่าวเชิงลบเรื่องของแสดงชาวจีนที่หายไปบริเวณชายแดนไทย ก่อนถูกตามตัวกลับมาได้ปลอดภัยในเวลาอันรวดเร็ว สืบสวนพบว่าเป็นการถูกหลอกให้เข้าไปทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เข้าข่ายขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งมีคำถามถึงความปลอดภัยในการเข้ามาท่องเที่ยวไทย ที่ถูกใช้เป็นทางผ่านของขบวนการเหล่านี้
เหตุการณ์ดังกล่าวมีความรุนแรงมากพอสมควร ทำให้หากตลาดนักท่องเที่ยวจีนไม่สามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ ประมาณ 7-8 ล้านคน เป้าหมายรวมของภาคการท่องเที่ยวไทยในปี 2567 นี้ ที่ต้องการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาที่ 40 ล้านคน สร้างรายได้รวม 3.5 ล้านล้านบาท โอกาสก็อาจเป็นไปได้ยากขึ้น แต่หวังว่าภาพการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจังของรัฐบาลไทยจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้
“หากประเมินตัวเลขในเดือนมกราคม ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยยไทย ตามสถิติถือว่าสูงกว่าปี 2567 เยอะ ทำให้หากเรื่องละเอียดอ่อนที่อาจส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อมั่น หากสามารถป้องกันได้ก็อยากให้ป้องกันไว้ดีกว่ากลับมานั่งแก้ไขกันใหม่ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว
วาเลนไทน์ยังเงียบ :
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ช่วงวันที่ 14 ก.พ. วันวาเลนไทน์ เดือนแห่งความรักนั้น บรรยากาศขณะนี้ในเบื้องต้นยังไม่ได้เห็นการออกมาเดินทางท่องเที่ยวที่มากขึ้น แต่ก็น่าจะมีบางส่วนที่เป็นกลุ่มคู่รัก ซึ่งชื่นชอบในการท่องเที่ยวและต้องการใช้เวลาร่วมกันอยู่บ้าง เพียงแต่ไม่ได้เห็นว่ามีการจัดทำแผนท่องเที่ยวอย่างชัดเจนขนาดนั้นออกมา
โดยผู้ประกอบการโรงแรมเตรียมมอบความพิเศษให้กับแขกที่เข้ามาพักแบบเป็นคู่อยู่แล้ว ไม่ได้ทำเพียงเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ แต่มีการจัดเป็นบริการเสริมพิเศษไว้ให้ตลอดทั้งปี เพื่อมอบให้กับแขกที่เข้ามาพักเป็นคู่แล้วแสดงความต้องการที่จะจัดเฉลิมฉลองความรักของตัวเอง อาทิ จัดเซอร์ไพรส์วันครบรอบการแต่งงาน แบบนี้ทางโรงงานก็สามารถจัดให้ได้ทันที
อย่างไรก็ตาม มองในส่วนของตลาดต่างชาติเที่ยวไทยที่จะเข้ามาเที่ยวในช่วงวันวาเลนไทน์จริง ๆ น่าจะเป็นคู่รักแอลจีบีทีคิวหรือคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากประเทศไทยเพิ่งผ่านกฏหมายสมรสเท่าเทียมออกมา น่าจะสามารถดึงดูดและท่องเที่ยวในกลุ่มนี้เข้ามาเพิ่มขึ้นได้ เพราะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็มีการจัดแคมเปญพิเศษไว้เตรียมต้อนรับคู่รักเหล่านี้ด้วย
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568