สงครามการค้าโลกปะทุ จีน-อียู ประกาศตอบโต้ ทรัมป์ ขึ้นภาษีน้ำเข้าสหรัฐฯ
จีน-อียู ประกาศเตรียมตอบโต้ หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเข้าสู่สหรัฐฯ ในอัตรา 54% พร้อมกล่าวประณามว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนนโยบายการค้าระหว่างประเทศครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ
กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์เมื่อช่วงเช้าวันนี้( 3 มี.ค.68) ว่า "จีนคัดค้านอย่างยิ่งและจะใช้มาตรการตอบโต้อย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตน" พร้อมกล่าวประณามว่าการกระทำดังกล่าวเป็น "การกลั่นแกล้งฝ่ายเดียวแบบฉบับทรัมป์" และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกภาษีดังกล่าว และ "แก้ไขความขัดแย้งกับประเทศคู่ค้าผ่านการเจรจาอย่างเท่าเทียม"

ทรัมป์ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเพิ่ม “ภาษีตอบโต้" อีก 34% เพิ่มเติมจากภาษีเดิม 20% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากจีน นับตั้งแต่กลับมาบริหารประเทศในเดือนมกราคม ทรัมป์ได้เพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนไปแล้ว 2 รอบ รอบละ 10% ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่าจำเป็นเพื่อยับยั้งการไหลเข้าของยาเฟนทานิลผิดกฎหมายจากจีนเข้าสู่สหรัฐฯ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าอีก 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดเข้าสหรัฐฯ และมาตรการเฉพาะสำหรับแต่ละประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะเวียดนามจะถูกเก็บภาษี 46% และกัมพูชา 49%
"ผมเคารพประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนและเคารพจีนอย่างมาก แต่พวกเขาได้เปรียบเราอย่างมาก" ทรัมป์กล่าวระหว่างการประกาศที่ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเมื่อวันพุธ "พวกเขาเข้าใจดีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น และพวกเขาจะต่อสู้"
ปักกิ่งตอบโต้อย่างรวดเร็วแต่ระมัดระวังต่อการขึ้นภาษีรอบก่อนหน้าของคณะบริหารทรัมป์ในปีนี้ โดยตอบโต้ด้วยการเก็บภาษี 10% หรือ 15% กับเชื้อเพลิงบางประเภท รวมถึงสินค้าเกษตรเช่น ถั่วเหลือง ข้าวสาลี และไก่
ภาษีขั้นต่ำ 54% ที่ทรัมป์เรียกเก็บจากจีนนั้นสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ และอาจปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างสองเศรษฐกิจอย่างรากฐานหลังจากที่พึ่งพากันมานานหลายทศวรรษ มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ประมาณ 582.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567 ตามข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ
สหภาพยุโรปซึ่งได้รับอัตราภาษี 20% ไม่พอใจมาก โดยอูร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า ภาษีดังกล่าวเป็น "การโจมตีครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจโลก" และระบุว่าสหภาพยุโรปพร้อมที่จะตอบโต้หากการเจรจากับวอชิงตันล้มเหลว
"ผลที่ตามมาจะรุนแรงสำหรับผู้คนนับล้านทั่วโลก" ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าว
นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าภาษีนำเข้าอาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง เพิ่มความเสี่ยงของภาวะถดถอย และเพิ่มค่าครองชีพสำหรับครอบครัวชาวอเมริกันโดยเฉลี่ยเป็นหลายพันดอลลาร์
แม้แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการค้าเชิงรุกของทรัมป์
โดยภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการประกาศเมื่อวันพุธ วุฒิสภาได้ลงมติ 51-48 เพื่ออนุมัติกฎหมายที่จะยกเลิกภาษีแคนาดาของทรัมป์ โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนแยกตัวออกจากประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม การผ่านในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกันมีแนวโน้มเป็นไปได้น้อย
สตีเฟน มิแรน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของทรัมป์ กล่าวกับ Fox Business เมื่อวันพุธว่า ภาษีจะส่งผลดีต่อสหรัฐฯ ในระยะยาว แม้ว่าอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในช่วงแรก "จะมีอุปสรรคในระยะสั้นเกิดขึ้นหรือไม่? แน่นอน" มิแรน ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทรัมป์ กล่าวกับรายการ "Kudlow" ของเครือข่าย
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 3 เมษายน 2568