อินโดนีเซีย เวียดนาม เร่งคุยสหรัฐ ผ่อนคลายเกณฑ์ภาษี
เวียดนามและอินโดนีเซียเร่งหาทางเจรจากับสหรัฐเพื่อผ่อนคลายเกณฑ์ภาษี โดยประเทศอาเซียนทั้งสองถูกเรียกเก็บในอัตรา 46% และ 32% ตามลำดับ
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เวียดนามร้องขอสหรัฐให้เจรจาและเลื่อนการเก็บภาษีออกไปก่อน เหวียน ห่ง เซียน (H.E. Mr. Nguyen Hong Dien) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าต่อสายโทรศัพท์หา เจมีสัน เกรียร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐทันทีหลังมีการประกาศมาตรการภาษี
ก่อนหน้านี้เวียดนามพยายามทำตามความต้องการของสหรัฐอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เอทานอล ตลอดจนสินค้าการเกษตรอื่น ๆ ทั้งยังอนุญาตให้สตาร์ลิ้งก์เข้ามาให้บริการอินเทอร์เน็ตภายในประเทศอีกด้วย แต่ก็ถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีเพิ่ม 46% อยู่ดี มากเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน
ทั้งนี้ โห่ ดึ๊ก เฟิ้ก (Ho Duc Phoc) รองนายกรัฐมนตรี เตรียมตัวเดินทางไปเจรจาการค้าที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สุดสัปดาห์นี้
ขณะที่กระทรวงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Coordinating Ministry for Economic Affairs) ของอินโดนีเซียรายงานว่า ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ประธานาธิบดีอินโดนีเซียสั่งคณะรัฐมนตรีเร่งผ่อนคลายเกณฑ์ภายในประเทศ ทั้งที่เป็นภาษีและไม่ใช่ภาษี
ทางรัฐบาลอินโดนีเซียกำลังคำนวณผลกระทบของมาตรการภาษี 32% ซึ่งกระทบอุตสาหกรรมในประเทศที่พึ่งพาการส่งออกอย่างหนัก ได้แก่ สิ่งทอ เครื่องใช้ไฟฟ้า และน้ำมันปาล์ม ซึ่งทางอินโดนีเซียเตรียมส่งเจ้าหน้าไปเจรจาที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันที่ 9 เมษายนนี้
ก่อนหน้านี้ทางแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต (Airlangga Hartarto) หัวหน้ารัฐมนตรีเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ประชุมทางไกลกับแครอล มิลเลอร์ (Carol Miller) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐเมื่อวันที่ 1 เมษายน เพื่อแสวงหาความร่วมมือระหว่างสองประเทศ เกี่ยวกับถั่วเหลือง ข้าว เศรษฐกิจพลังงานสะอาด เช่น การดักจับและกักเก็บคาร์บอน ตลอดจนแร่หายาก
สหรัฐเป็นประเทศคู่ค้าหลักของอินโดนีเซีย เกินดุลการค้าที่ไม่ใช่น้ำมันและก๊าซกับสหรัฐเป็น 16,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 570,000 ล้านบาท) ในปี 2024 สินค้าส่งออกหลักของอินโดนีเซียคือเครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ประมง รองเท้า และน้ำมันปาล์ม
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 4 เมษายน 2568