สสว. ย้ำ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก ชู Ecosystem ครบวงจรเสริมแกร่งธุรกิจ
สสว. ย้ำ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนยังยาก ชู Ecosystem ครบวงจร พร้อมเปิดโครงการ BDS และ Thai SME-GP เสริมแกร่งผู้ประกอบการ
นางลลนา เถกิงรัศมี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยในงาน “Thailand Smart SME 2025: Smart Solutions & Sustainable Growth” จัดโดย "โพสต์ทูเดย์" ในหัวข้อ “Smart Financial Solutions” ว่า การเข้าถึงแหล่งเงินทุนยังคงเป็นปัญหาหลักสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ดังนั้น เมื่อพิจารณาตามนิยามของ สสว. ที่กำหนดขนาดธุรกิจจากรายได้ ซึ่งสำหรับภาคการผลิตต้องไม่เกิน 500 ล้านบาท และภาคการค้าและบริการไม่เกิน 300 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งวิสาหกิจรายย่อย (Micro), ขนาดเล็ก (Small) และขนาดกลาง (Medium) เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ลงพื้นที่สอบถามปัญหาของผู้ประกอบการ SMEs ในแต่ละภาคส่วน พบปัญหา "การเข้าถึงแหล่งเงินทุน" ถือเป็นปัญหาอันดับแรกเสมอ สสว. จึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนแหล่งเงินทุนในหลากหลายรูปแบบ ไม่เพียงแค่สินเชื่อ (Debt Financing) และการระดมทุนในตลาดทุน (Equity Financing) แต่ยังรวมถึง เงินอุดหนุน จากภาครัฐในรูปแบบต่างๆ เพื่อดูแลเรื่องแหล่งเงินทุนให้กับ SMEs อย่างครบวงจร
"ประเทศไทยมีแหล่งเงินทุนสำหรับ SMEs ที่หลากหลายและเหมาะสมกับผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม ซึ่ง สสว. พยายามจัดกลุ่มดูแลและประเมินว่า Ecosystem ของแหล่งเงินทุนในประเทศเพียงพอและ SMEs เข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับขนาดและความต้องการของธุรกิจ"
สำหรับสินเชื่อ (Debt Financing) นั้น นอกจากสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์แล้ว ยังมีเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ เช่น Factoring (การรับซื้อลูกหนี้การค้า) และ Leasing (การเช่าซื้อ) ที่สามารถช่วยเสริมสภาพคล่องได้ แต่ SMEs หลายรายยังไม่ทราบถึงประโยชน์ของเครื่องมือเหล่านี้ นอกจากนี้ยังมี Peer-to-Peer Lending (P2P Lending) หรือแพลตฟอร์มจับคู่ระหว่างธุรกิจที่ต้องการสินเชื่อกับผู้ให้กู้ ซึ่งมีเงื่อนไขและกลไกป้องกันความเสี่ยง
ส่วนการระดมทุนในตลาดทุน (Equity Financing) ประเทศไทยมีตลาดทุนที่เปิดโอกาสให้ SMEs โดยเฉพาะ เช่น LiVE Exchange (ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์) ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยธุรกิจ SMEs โดยมีเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าตลาดหลักทรัพย์ใหญ่ นอกจากนี้ ยังมี Crowdfunding และ Venture Capital ซึ่งแม้จะยังไม่มีบทบาทเทียบเท่าสินเชื่อ แต่ก็เป็นแหล่งเงินทุนที่มีบทบาทสำคัญ
ในขณะที่การสนับสนุนจากภาครัฐ นอกเหนือจากสินเชื่อและการระดมทุน ภาครัฐยังมีเงินอุดหนุนในรูปแบบต่างๆ เช่น เงินอุดหนุนสำหรับการพัฒนาธุรกิจด้านเทคโนโลยี การขยายตลาดต่างประเทศ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษี กฎหมาย และกฎระเบียบที่เอื้อต่อการเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุญาตให้ใช้หลักฐานการชำระค่าน้ำค่าไฟในการขอสินเชื่อ เป็นต้น
ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญที่ SMEs ยังคงเผชิญอยู่ ได้แก่ การขาดความรู้ การขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน การจัดทำบัญชีที่ไม่เป็นระบบ และการขาดข้อมูล สสว. จึงมีเครื่องมือและโครงการต่างๆ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ อาทิ โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) หรือ "SME ปังปัง ได้คืน" ถือเป็นแพลตฟอร์มคล้าย Shopee หรือ Lazada ที่ SMEs สามารถเข้าไปเลือกซื้อบริการพัฒนาธุรกิจที่ต้องการได้ เช่น การพัฒนามาตรฐาน การขยายตลาด โดยมีผู้ให้บริการกว่า 200 ราย และบริการมากกว่า 500 รายการ
นอกจากนี้ สสว. จะมีเงินอุดหนุนให้ตามขนาดธุรกิจ โดย SMEs จ่ายเงินไปก่อนแล้วนำใบเสร็จมาเบิกคืน ได้รับเงินสนับสนุน 80% สำหรับ Micro และ Small SMEs (ไม่เกิน 50,000 - 100,000 บาท) และ 50% สำหรับ Medium SMEs (ไม่เกิน 200,000 บาท) โครงการนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากช่วยลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจ
มาตรการช่วยเหลือ SME เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Thai SME-GP) รัฐบาลกำหนดให้มีการจัดซื้อจัดจ้างในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อครั้ง จากผู้ประกอบการ SMEs เป็นลำดับแรก ถือเป็นแต้มต่อที่สำคัญ นอกจากนี้ หากเป็นสินค้า Made in Thailand จะได้รับแต้มต่อเพิ่มเติม 15% ซึ่ง สสว. ได้จัดอบรมทั่วประเทศเพื่อให้ SMEs ทราบและสามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการนี้ได้
ส่วนเครื่องมือสนับสนุนอื่นๆ อาทิ E-learning Platform ให้ความรู้แก่ SMEs ในด้านต่างๆ, ระบบที่ปรึกษา (Mentor/Coach) ช่วยจับคู่ SMEs กับที่ปรึกษาที่เหมาะสมกับปัญหาหรือธุรกิจ, ศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร (OSS) ในแต่ละจังหวัด โดยให้คำปรึกษาและเชื่อมโยง SMEs กับหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ เช่น ศูนย์บ่มเพาะ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ SME Scoring เครื่องมือออนไลน์สำหรับประเมินศักยภาพของธุรกิจ SMEs เพื่อดูจุดแข็ง จุดอ่อน และรับคำแนะนำในการพัฒนาธุรกิจต่อไป
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 24 กรกฏาคม 2568