เศรษฐกิจไนจีเรียเติบโตร้อยละ 3.13 ในไตรมาสแรกปี 2568 หลังปรับฐาน GDP ใหม่
สำนักงานสถิติแห่งชาติไนจีเรีย (National Bureau of Statistics – NBS) รายงานว่า เศรษฐกิจไนจีเรียขยายตัวร้อยละ 3.13 ในไตรมาสแรกของปี 2568 ซึ่งสูงกว่าร้อยละ 2.27 ในช่วงเดียวกันของปี 2567 ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการปรับฐาน GDP โดยเปลี่ยนปีฐานคำนวนจากปี 2553 เป็นปี 2562 ซึ่งส่งผลให้ GDP ในรูปตัวเงินเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 372.82 ล้านล้านไนร่า การปรับฐาน GDP ดังกล่าวไม่เพียงแต่เปลี่ยนตัวเลข แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของบทบาทภาคอลังหารริมทรัพย์ของไนจีเรียที่แซงหน้าภาคอสังหาริมทรัพย์ของไนจีเรียที่แซงหน้าภาคอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
การปรับฐาน GDP ครอบคลุมภาคส่วนใหญ่ที่เคยถูกมองข้าม เช่น อีคอมเมิร์ซและการท่องเที่ยวทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจมีความสมบูรณ์และแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงการคำนวณภาคอลังหาริมทรัพย์นอกระบบได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ส่วนแบ่งของภาคส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน การเปลี่ยนแปลงอันดับภาคเศรษฐกิจสำคัญแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายมากขึ้น โดยภาคการผลิตพืชผลและการค้ายังคงเป็นกำลังสำคัญ ภาคอสังหาริมทรัพย์และโทรคมนาคมมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด
การเปลี่ยนแปลงอันดับภายใต้ปีฐานใหม่และเก่า :
จัดอันดับใหม่หลังปรับฐาน ปี 2562
1. การเกษตร (พืชผล) – ร้อยละ 17.58
2. การค้า – ร้อยละ 17.42
3. อสังหาริมทรัพย์ – ร้อยละ 10.78 (เพิ่มขึ้นจากอันดับ 5 )
4. โทรคมนาคม – ร้อยละ 6.78
5. น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ – ร้อยละ 5.85 (ลดลงจากอันดับ 3)
อันดับเดิม ( ปีฐาน 2553)
1. การเกษตร (พืชผล) – ร้อยละ 19.62
2. การค้า – ร้อยละ 15.61
3. น้ำมันและก๊าซ – ร้อยละ 8.60
4. โทรคมนาคม – ร้อยละ 8.25
5. อสังหาริมทรัพย์ – ร้อยละ 6.24
การปรับฐาน GDP ในครั้งนี้ช่วยให้เห็นว่า ไนจีเรียไม่ใช่ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันอีกต่อไปแต่มีเศรษฐกิจที่หลากหลาย โดยเฉพาะด้านอสังหาริมทรัพย์และดิจิทัล อย่างไรก็ตามการเติบโตที่ร้อยละ 3.13 ยังถือว่าช้าเมื่อเทียบกับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่นๆ
แม้ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 3.13 จะดูเป็นบวก แต่ก็ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และการเติบโตที่อ่อนแอในภาคเกษตรซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไนจีเรียก็น่ากังวล
นโยบายเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาล เช่น การลดค่าเงินไนร่าและการยกเลิกเงินอุดหนุนน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องวิเคราะห์บริบททางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน แม้เศรษฐกิจอย่างรอบด้าน แม้เศรษฐกิจไนจีเรียแสดงความยืดหยุ่น แต่ก็ยังเผชิญความท้าทายและความไม่แน่นอนในอนาคต
NBS ยืนยันว่าการปรับฐาน GDP ครั้งนี้เป็นกระบวนการทางสถิติมาตรฐานสากล ไม่ได้รับอิทธิพลจากรัฐบาล มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงความแม่นยำของข้อมูลเศรษฐกิจ ช่วยให้การตัดสินใจด้านนโยบายและการลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งมีการพัฒนาอย่างมากนับตั้งแต่การปรับฐานครั้งล่าสุดในปี 2257
ที่มา globthailand
วันที่ 4 สิงหาคม 2568