ภาพสะท้อนประเทศไทยในความทรงจำ โดย โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
ราชอาณาจักรไทยและสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและยืนนานตลอดสองศตวรรษ ดังเช่นที่ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ได้กล่าวไว้ เราเป็น “มิตรที่ดีและยิ่งใหญ่” ต่อกันอย่างแท้จริง เราร่วมกันถักทอผืนผ้าแห่งสายสัมพันธ์ที่ยังประโยชน์แก่ทั้งชาวไทยและชาวอเมริกัน ไม่ว่าจะระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ธุรกิจกับธุรกิจ มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัย หรือประชาชนกับประชาชน ผืนผ้านี้ทอขึ้นจากเส้นด้ายแห่งการพาณิชย์ ความมุ่งมั่นในการรักษาความมั่นคง โครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา และอื่น ๆ อีกมากมาย
ด้ายเส้นแรกทอขึ้นเมื่อกัปตันสตีเฟน วิลเลียมส์ พ่อค้าชาวแมสซาชูเซตส์ เดินทางถึงประเทศไทย หลังจากล่องเรือกำปั่น “เปอร์เซีย” มาตามแม่น้ำเจ้าพระยาในพ.ศ. 2361 เพียงไม่กี่ปีหลังจากนั้น เราได้ลงนามร่วมกันในสนธิสัญญาไมตรีและการพาณิชย์ (Treaty of Amity and Commerce) ใน พ.ศ. 2376 และประเทศไทยก็กลายมาเป็นมิตรของสหรัฐฯ เป็นประเทศแรกในเอเชีย

เรายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันตลอดเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งมีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานช้างแก่ประธานาธิบดีลินคอล์น ไปจนถึงขบวนการเสรีไทยในสงครามโลกครั้งที่สอง และการตอบสนองต่อเหตุแผ่นดินไหวที่กรุงเทพฯ และประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราเข้มแข็งขึ้นเสมอเมื่อร่วมมือกัน
ตลอดประวัติศาสตร์ที่เรามีร่วมกัน ความจริงที่ชัดเจนประการหนึ่งคือ ประเทศไทยสำคัญยิ่งต่ออนาคตของภูมิภาคนี้ และเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของสหรัฐฯ ทุกวันนี้ ความสัมพันธ์ของเราแนบแน่นยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา แต่ก็ยังแข็งแกร่งขึ้นได้อีก
เส้นด้ายแต่ละเส้นของผ้าผืนนี้ต่างมีความสำคัญ บริษัทของสหรัฐฯ มีส่วนส่งเสริมเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมากในหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ สุขภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูง
บริษัทอเมริกันหลายแห่งเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เช่น บริษัท Ford, Seagate และ Western Digital ซึ่งดำเนินการในไทยมาแล้วกว่า 40 ปี บริษัทดิจิทัลของสหรัฐฯ อย่าง Amazon Web Services, Google และ Microsoft ต่างลงทุนในศูนย์ข้อมูลใหม่ในประเทศไทย มูลค่าหลายพันล้านเหรียญ ซึ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ความมั่นคงเป็นอีกเสาหลักในความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของเรา ทหารของเราต่อสู้เคียงข้างกันในยามที่เกิดความขัดแย้งหลายครั้ง ทุกวันนี้ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในห้าพันธมิตรตามสนธิสัญญาของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออก และพันธไมตรีระหว่างเรากับไทยมีความสำคัญยิ่งต่อการคงไว้ซึ่งภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง ความสัมพันธ์ทางทหารของเราแน่นแฟ้นและครอบคลุมหลากหลายด้าน สะท้อนให้เห็นจากการพบปะและการฝึกร่วมกันมากกว่า 400 ครั้งต่อปี รวมถึงการฝึกคอบร้าโกลด์ที่จัดขึ้นมาเป็นเวลา 44 ปีแล้ว
ความร่วมมือที่ครอบคลุมในด้านการบังคับใช้กฎหมายช่วยให้เราทั้งสองชาติปลอดภัยยิ่งขึ้น หน่วยงานไทยและสหรัฐฯ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อต่อสู้กับการค้ายาเสพติด ศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์ รวมถึงการค้ามนุษย์และสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
สหรัฐฯ และไทยร่วมมือกันด้านสาธารณสุขเพื่อต่อสู้กับโรคติดเชื้อต่าง ๆ มาเป็นเวลากว่า 60 ปี เราได้ร่วมกันพัฒนาวัคซีนและแนวทางการรักษาเพื่อช่วยผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก และที่ประเทศไทยนี้เองโครงการด้านเอชไอวี/เอดส์ของเราได้ยังประโยชน์แก่ชาวไทยกว่า 65,000 คน นับตั้งแต่ พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา และตลอด 20 ปีที่ผ่านมานี้หรัฐฯ มีส่วนช่วยให้การเสียชีวิตจากมาลาเรียในประเทศไทยลดลงถึงกว่าร้อยละ 90
สายสัมพันธ์ในภาคประชาชนของเรามีความแน่นแฟ้น ใน พ.ศ. 2567 นักเรียนไทยกว่า 5,000 คน ไปศึกษาต่อที่สหรัฐฯ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ศิษย์เก่าชาวไทยกว่า 30,000 คน ได้เข้าร่วมในโครงการแลกเปลี่ยนที่รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนด้านการเงินหรือจัดให้มีขึ้น ในปีนี้ เรายังเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ในเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางการทูตที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือของไทย
เพื่อเป็นหมุดหมายของการครบรอบนี้และเสริมสร้างสายสัมพันธ์ของเรากับภาคเหนือของไทย เราเพิ่งเปิดอาคารสำนักงานสถานกงสุลที่สวยงามแห่งใหม่ไป
เราสร้างสะพานแห่งมิตรภาพของเราในหลากหลายรูปแบบ เช่น ตลอดเวลา 60 ปีที่ผ่านมา ชาวอเมริกัน 5,500 คนได้อาสามาช่วยงานส่งเสริมด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนในประเทศไทย ภายใต้หน่วยสันติภาพสหรัฐฯ ซึ่งก่อตั้งโดยประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี
ในช่วงที่ใกล้ครบวาระการดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ นี้ ผมได้ระลึกถึงหลายช่วงเวลาที่มีค่า หนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ ผมและลอรี ภรรยาได้มีโอกาสรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ “Weaving Our Stories สานสัมพันธ์การทูตสหรัฐฯ-ไทย 190 ปี” ที่กรุงเทพฯ ในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ 190 ปี ระหว่างชาติของเราทั้งสอง
นอกจากนี้ ผมยังรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้วิ่งในงาน Amazing Thailand ระยะทาง 10 กิโลเมตร ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตลอดจนนักวิ่งมาราธอน เอลีอูด คิปโชเก และผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ชัชชาติ รวมถึงเพื่อนนักวิ่งอีกหลายพันคนในเดือนกุมภาพันธ์ 2567
ระหว่างที่ผมอยู่เมืองไทย ผมได้ไปเยือนจังหวัด อำเภอ และพื้นที่ชนบททั่วประเทศ และเรียนรู้หลายอย่างจากคนไทย ผมได้หัวเราะร่วมกับเด็กนักเรียนในภาคเหนือ และฟังเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของชาวสวนชาวไร่ผู้ประกอบการในภาคใต้ ผมรู้สึกประทับใจกับคนไทยซึ่งมีความคิดสร้างสรรค์ ชาญฉลาด เป็นมิตร และมีน้ำใจเสมอ วัฒนธรรมไทยมีความพิเศษอย่างแท้จริง รวมถึงอาหารไทยด้วย!
และแน่นอนว่าผมและชาวอเมริกันทุกคนต่างต้องการและชื่นชมในความมุ่งมั่นของคนไทยเพื่อให้ไทยเป็นประเทศประชาธิปไตย มั่งคั่ง และมั่นคง นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เราเป็น “มิตรที่ดีและยิ่งใหญ่” และเป็นหุ้นส่วนที่แนบแน่น
ขณะที่ผมเตรียมส่งไม้ต่อให้แก่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ คนใหม่ ผมรู้ว่าอนาคตความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ นั้นสดใส มีสิ่งต่าง ๆ อีกมากมายที่รอคอยอยู่ข้างหน้า รวมถึงหมุดหมายสำคัญในปีหน้านี้ คือโอกาสที่สหรัฐฯ จะมีอายุครบรอบ 250 ปี นอกจากนั้น ใน พ.ศ. 2569 สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกในเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศของเรา และใน พ.ศ. 2571 สหรัฐฯ จะได้ต้อนรับนานาชาติ รวมถึงประเทศไทย ในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งที่ 34 ด้วย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราถักทอผืนผ้าที่งดงามร่วมกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่เป็นไปได้ และผมเชื่อว่า หากเราจะรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ที่เราเผชิญอยู่นี้ได้ เราจะต้องพัฒนาความสัมพันธ์ของเราไปอีกระดับในช่วงทศวรรษต่อจากนี้ เราควรสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ อีกหนึ่งล้าน หรือสิบล้าน ความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกัน เราควรถักทอเส้นด้ายใหม่ ๆ ในผืนผ้านี้ เราจะทำอะไรได้อีกบ้าง เราสามารถหาหนทางใหม่ๆ ในการเพิ่มการค้าและการลงทุน เราสามารถขยายการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ร่วมกัน เราสามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมในโลกดิจิทัลและในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เราสามารถขยายความร่วมมือด้านพลังงานและส่งดาวเทียมขึ้นไปในวงโคจรได้อีก เราสามารถเพิ่มจำนวนทุนการศึกษาเพื่อให้คนไทยได้ไปศึกษาต่อที่สหรัฐฯ และชาวอเมริกันที่จะมาศึกษาที่นี่

เราสามารถเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย เราสามารถทำงานเพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างสังคมของเราในทุกภาคส่วนประชาชน หากจินตนาการของเราไม่มีที่สิ้นสุดความสำเร็จที่เป็นผลจากความร่วมมือของเราก็จะไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน
พันธไมตรีของเรากับไทยตลอดหลายทศวรรษช่วยให้ภูมิภาคของเรามีเสถียรภาพและความมั่นคง ตลอดจนส่งเสริมคุณค่าที่เรามีร่วมกัน เราสามารถรับมือความท้าทายร่วมกันทั่วทุกภูมิภาคและทั่วโลก สหรัฐฯ
มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น มิตรภาพของเราจะช่วยให้เราเดินหน้าต่อไปเพื่อให้ชาติของเราทั้งสองปลอดภัยขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และมั่งคั่งขึ้นกว่าเดิม สำหรับชาวไทย สำหรับชาวอเมริกัน และสำหรับผู้คนในทุกแห่งหน
ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำราชอาณาจักรไทย ผมและลอรีจะรู้สึกซาบซึ้งถึงความใจดี ความอบอุ่น ความเปิดเผย และความมีน้ำใจของคนไทยตลอดไป เราจะเดินหน้าไปด้วยกัน
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 1 ธันวาคม 2568

