กว่างซีจ้วงเปิดรถไฟความเร็วสูงสายใหม่ หนุนการเดินทางสู่ชายแดนเวียดนาม
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีนได้เปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงช่วงต่อขยายเส้นทาง "เมืองฉงจั่ว – เมืองระดับอำเภอผิงเสียง" อย่างเป็นทางการ เส้นทางนี้มีระยะทางรวม 81.52 กิโลเมตร ใช้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และให้บริการช่วงแรกแบบไป กลับวันละ 4 เที่ยว ช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางจากนครหนานหนิงไปยังเมืองผิงเสียงให้เหลืเพียง 1 ชั่วโมง 15 นาที จากเดิมที่ต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงหากเดินทางด้วยรถยนต์
ตลอดเส้นทางประกอบด้วยสถานีทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ สถานีฉงจั่วหนาน สถานีหนิงหมิงตง สถานีหลงโจว และสถานีผิงเสียงตง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของกว่างซี โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนตอนใต้ของจีน
ปัจจุบัน กว่างซีจ้วงมีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมไปยังเมืองชายแดนติดประเทศเวียดนามแล้ว 2 เส้นทางหลัก เส้นทางแรกคือ “นครหนานหนิง – เมืองฝางเฉิงก่าง – เมืองระดับอำเภอตงชิง” ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนเมืองม่องก๋าย จังหวัดกว๋างนิญของเวียดนาม ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมง 13 นาที ส่วนเส้นทางที่สองคือ “นครหนานหนิง – เมืองฉงจั่ว – เมืองระดับอำเภอผิงเสียง” ซึ่งอยู่ห่างจากด่านโหย่วอี้กวานประมาณ 21 กิโลเมตร และใกล้กับพรมแดนจังหวัดลางเซินของเวียดนาม ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง 15 นาที
เส้นทางรถไฟความเร็วสูงเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเดินทางภายในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังวางเป้าหมายไว้เพื่อเชื่อมต่อกับระบบรถไฟของเวียดนามในอนาคต โดยรัฐบาลท้องถิ่นของทั้งสองประเทศได้เร่งผลักดันความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ในการประชุมคณะกรรมการชี้แนะความร่วมมือทวิภาคีจีน–เวียดนาม ครั้งที่ 6 ที่กรุงปักกิ่ง ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือในการก่อสร้างทางรถไฟมาตรฐาน 3 เส้นทาง ได้แก่ ลาวก่าย–ฮานอย–ฮาลอง, ลางเซิน–ฮานอย และม่องก๋าย–ฮาลอง–ไฮฟอง ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการรถไฟข้ามพรมแดนที่ทั้งสองประเทศเคยลงนามร่วมกันก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกัน บทบาทของรถไฟความเร็วสูงในจีนก็ขยายไปไกลกว่าการขนส่งผู้โดยสาร หลายเมืองเริ่มนำระบบนี้มาใช้ในการขนส่งสินค้าและพัสดุไปรษณีย์แล้ว นับตั้งแต่เส้นทางอู่ฮั่น – ปักกิ่งที่เริ่มให้บริการในเดือนพฤศจิกายน 2563 และในปี 2564 นครหนานหนิงยังได้จัดตั้ง “ฐานโลจิสติกส์ด้วยรถไฟความเร็วสูงหนานหนิง” เพื่อเพิ่มทางเลือกในการขนส่งและกระจายสินค้าไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศจีน
นอกจากนี้ แน้วโน้มการขนส่งและการกระจายสินค้าด้วยรถไฟความเร็วสูงในประเทศจีน เป็นประเด็นที่น่าจับตามองสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าด้วยรถไฟความเร็วสูงในระบบการค้าระหว่างประเทศ ที่จะทำให้ผู้ค้าได้เข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และมีต้นทุนต่ำ ช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ประกอบการในไทยในการใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟดังกล่าวในการขนส่งและกระจายสินค้าไทยไปทั่วประเทศจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 9 มกราคม 2569

