สภาแห่งชาติเวียดนามอนุมัติมติปรับปรุงนโยบายพิเศษสำหรับพัฒนานครดานัง มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางและแรงขับเคลื่อนสำคัญทางเศรษฐกิจของเวียดนาม
สภาแห่งชาติเวียดนามได้อนุมัติให้ปรับปรุงแก้ไขกลไกและนโยบายพิเศษสำหรับพัฒนานครดานัง มีเป้าหมายสร้างกรอบกฎหมายให้ความครอบคลุมและนำไปบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเพิ่มการดึงดูดนักลงทุน และระดมทรัพยากรทั้งภายในและต่างประเทศสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการแก้ไขข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้ข้อมติเดิม อีกทั้งมุ่งผลักดันให้นครดานังพัฒนาเป็นศูนย์กลางและแรงขับเคลื่อนสำคัญของภูมิภาคชายฝั่งภาคกลางตอนใต้และที่ราบสูงภาคกลาง
ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในเมืองที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและดิจิทัลที่ทันสมัย ซึ่งกลไกและนโยบายใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มเติม มีดังนี้
(1)กลไกพิเศษสำหรับเขตประกอบการเสรี (Free Trade Zone : FTZ) :
1.การกระจายอำนาจ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการจัดตั้งเขต FTZ โดยคณะกรรมการประชาชนนครดานังสามารถปรับแก้คำสั่งการจัดตั้ง รวมถึงปรับเปลี่ยนขอบเขตภายใต้ข้อกำกับที่สภาประชาชนนครดานังกำหนด อีกทั้งคณะกรรมการบริหารเขตเทคโนโลยีขั้นสูงและนิคมอุตสาหกรรมเมืองดานังยังได้รับมอบหมายให้ร่วมบริหารและกำกับดูแลอีกด้วย

2.สิทธิประโยชน์ด้านภาษีของโครงการลงทุนในเขต FTZ หากเป็นสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง การวิจัยและพัฒนา (R&D) อุตสาหกรรมสนับสนุนยานยนต์พลังงานสะอาด อุปกรณ์การบินและระบบราง รวมถึงศูนย์โลจิสติกส์ จะได้รับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลพิเศษร้อยละ 10 เป็นเวลา 30 ปี โดยได้รับการยกเว้นภาษีในช่วง 4 ปีแรก และลดหย่อนภาษีร้อยละ 50 ของภาษีที่ต้องชำระในอีก 9 ปีถัดมา ในส่วนโครงการอื่น ๆ จะได้รับภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 10 เป็นเวลา 15 ปี โดยเว้นภาษี 4 ปีแรก และลดหย่อนภาษีร้อยละ 50 ในอีก 9 ปีถัดไป
3.ด้านทรัพยากรมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์ ผู้มีความสามารถพิเศษ ผู้บริหาร และแรงงานทักษะสูงที่ทำงานในเขต FTZ จะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาร้อยละ 50 เป็นเวลา 10 ปี
4.อื่น ๆ อนุญาตให้บริษัทและธุรกิจในเขต FTZ สามารถลงรายการ กำหนดราคา และชำระเงินด้วยสกุลเงินต่างประเทศได้ และธนาคารต่างชาติสามารถเปิดสำนักงานสำหรับชำระเงินในเขต FTZ ได้อีกด้วย
ในส่วนโครงการในสาขายุทธศาสตร์ที่ใช้เงินลงทุนสูง อย่างศูนย์นวัตกรรม ศูนย์ข้อมูล และศูนย์วิจัยและพัฒนา อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน สถานพยาบาลและดูแลผู้สูงอายุ สถานศึกษา และโครงการท่าเรือและสนามบิน จะได้รับพื้นที่จากการจัดสรรหรือให้เช่าที่ดินจากภาครัฐ (ยกเว้นโครงการที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์) อีกทั้งโครงการ
ดังกล่าวยังได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการเช่าที่ดินและการเช่าพื้นที่ผิวน้ำตลอดอายุสัญญาเช่า
(2)การดึงดูดนักลงทุนยุทธศาสตร์ นักลงทุนจะต้องมีเงินลงทุนตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด
โดยโครงการส่วนใหญ่จะต้องมีเงินทุนอย่างน้อยร้อยละ 15-20 ของมูลค่าโครงการ
กระบวนการคัดเลือก :
โครงการลงทุนเชิงพาณิชย์ จะคัดเลือกตามกลไกเฉพาะที่กำหนดไว้ โดยไม่ใช้วิธีประมูลทั่วไป ในขณะที่โครงการที่เป็นการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน จะแต่งตั้งนักลงทุนหรือคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษและหากมีนักลงทุนเพียงรายเดียวที่มีคุณสมบัติครบ สามารถอนุมัตินักลงทุนพร้อมโครงการได้ทันที แต่หากมีนักลงทุนมากกว่า 1 รายเสนอโครงการในพื้นที่เดียวกัน ภาครัฐจะออกเกณฑ์และตั้งคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง
สิทธิประโยชน์ :
โครงการบางประเภทสามารถขยายอายุโครงการและสิทธิการใช้ที่ดินได้เกิน 50 ปี แต่ไม่เกิน 70 ปี โครงการเชิงยุทธศาสตร์บางประเภท ได้รับสิทธิประโยชน์เหมือนเขตเทคโนโลยีขั้นสูง
(3)การพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน
ภาครัฐนครดานังสามารถเก็บรายได้จากการใช้ประโยชน์จากที่ดินโดยรอบของโครงการขนส่งมวลชนได้ทั้งหมด เพื่อนำไปพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าและคมนาคม อีกทั้งสภาประชาชนนครดานังมีอำนาจในการตัดสินใจใช้งบประมาณเพื่อดำเนินโครงการต่าง ๆ ในระบบขนส่งมวลชน รวมถึงคณะกรรมการประชาชนนครดานังสามารถกำหนดตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและที่ดินเพื่อวางแผนผังเมืองที่แตกต่างจากมาตรฐานทางเทคนิคระดับชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรที่ดินในการสร้างผลประโยชน์ให้คุ้มค่า
(4)นโยบายเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตและผลลัพธ์จากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
รายได้จากคาร์บอนเครดิต และผลลัพธ์จากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้ในโครงการต่าง ๆ ของระบบซื้อขายและชดเชยคาร์บอนซึ่งใช้งบประมาณภาครัฐนครดานัง สามารถนำไปซื้อขายทั้งในและต่างประเทศได้ และภาครัฐนครดานังจะเป็นฝ่ายกำกับดูแลการซื้อขายคาร์บอนเครดิต โดยรายได้ทั้งหมดจะถูกส่งเข้างบประมาณของนครดานัง ซึ่งไม่ถูกนำไปใช้เป็นเกณฑ์คำนวณเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางของเวียดนาม
นอกจากนี้เวียดนามกำลังสร้างเขต FTZ ทั่วประเทศ โดยเขตในนครดานังจะเป็นเมืองแรกและ
เป็นต้นแบบของโมเดลที่ใช้อย่างแพร่หลายในเวียดนาม เพื่อเพิ่มการเชื่อมโยงกับตลาดโลกและส่งเสริมการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้นในอนาคต โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2045 ว่าเขต FTZ จะมีสัดส่วน GDP เป็นร้อยละ 15-20 ของ GDP ประเทศ และคาดว่า FTZ นครดานังจะมีส่วนสนับสนุน GRDP
นครดานัง กว่าร้อยละ 17.9 และสร้างการจ้างงานประมาณ 127,000 ตำแหน่ง ภายในปี 2040 รวมถึงมุ่งเน้น การพัฒนาด้านเทคโนโลยี ระบบโลจิสติกส์ การท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นศูนย์กลางและกำลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่สำคัญต่อไปในอนาคตอีกด้วย (ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

