แคนาดาเร่งปรับยุทธศาสตร์การค้า! ฟื้นสัมพันธ์จีน–กระจายความเสี่ยงลดพึ่งพาสหรัฐฯ
การเยือนจีนอย่างเป็นทางการของแคนาดา เป็นการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการค้าหลังความตึงเครียดระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน สะท้อนถึงทิศทางนโยบายของแคนาดาที่มุ่งกระจายความเสี่ยงทางการค้าและเสริมบทบาทในระบบการค้าโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผ่านการลดความพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้าและพันธมิตรอันดับหนึ่ง แสดงถึงความตึงเครียดที่เกิดจากนโยบายการค้าที่กดดันและไม่แน่นอน จนแคนาดาไม่สามารถพึ่งพาโครงสร้างการค้าเดิมได้ต่อไป
นายคาร์นีย์ ผู้นำแคนาดา ได้ชูนโยบายการสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ เพื่อช่วยแคนาดารับมือมาตรการทางภาษีและคำขู่เรื่องการผนวกแคนาดาของผู้นำสหรัฐฯ ที่ทำให้การสร้างพันธมิตรและหุ้นส่วนทางการค้าใหม่ ๆ กลายเป็นเรื่องเร่งด่วนมากขึ้นสำหรับแคนาดา นอกจากนี้ แคนาดากำลังพัฒนาบทบาทการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ควบคู่ไปกับสหภาพยุโรปที่เร่งเดินหน้ากระจายความเสี่ยงทางด้านการค้าเช่นกัน โดยได้ลงนามข้อตกลงกับกลุ่มการค้าอเมริกาใต้ “เมอร์โคชูร์” ภายหลังการเจรจราที่ยื้ดเยื้อมานานถึง 25 ปี รวมไปถึงปิดข้อตกลงการค้ากับอินโดนีเซียเมื่อเดือนกันยายน 2568 และปรับปรุงข้อตกลงการค้ากับเม็กซิโก
ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรปได้กลับมาเปิดการเจรจาความตกลงทางการค้ากับประเทศคู่ค้าสำคัญหลายแห่ง อาทิ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินเดีย สะท้อนให้เห็นถึงการปรับยุทธศาสตร์เชิงรุกของประเทศเศรษฐกิจหลักโดยการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าใหม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการค้าโลกในปัจจุบัน
ปัจจุบัน แคนาดายังคงพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เป็นหลัก โดยมีสัดส่วนการส่งออกไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นเกือบร้อยละ 70 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด โดย Export Development Canada ระบุว่า หากแคนาดามีเป้าหมายลดการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ลงร้อยละ 10 ประเทศจะต้องเพิ่มการส่งออกไปยังจีน เยอรมนี ฝรั่งเศส เม็กซิโก อิตาลี และอินเดียเป็นสองเท่า หรือหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพใกล้เคียงกันเพื่อทดแทน
นอกจากการเยือนจีนครั้งล่าสุดแล้ว นายคาร์นีย์ยังได้เยือนรัฐกาตาร์ โดยกล่าวว่าการดำเนินความร่วมมือนี้ถือเป็นบทบาทใหม่ในความสัมพันธ์ทวิภาคี นอกจากนี้ แคนาดายังได้ข้อสรุปข้อตกลงการค้ากับเอกวาดอร์ อินโดนีเซีย พร้อมลงนามข้อตกลงด้านการลงทุน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของแคนาดากล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปของแคนาดา คือมุ่งเน้นการเจรจาการค้ากับฟิลิปปินส์ ไทย กลุ่มเมอร์โคชูร์ ซาอุดีอาระเบีย รวมถึงอินเดีย และยังมีแผนเดินทางเยือนอินเดียเพื่อนฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้าร่วมกันอีกครั้ง
ทั้งนี้การเปิดรับคู่ค้าใหม่ ๆ ของแคนาดา ถือว่าเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยและอาเซียน โดยเฉพาะในด้านสาขาอาหารและเกษตรแปรรูป สินค้าอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่ม และพลังงานสะอาด ซึ่งแคนาดามีแนวโน้มนำเข้าเพิ่มเพื่อลดความเสี่ยงการพึ่งพาผู้ผลิตสหรัฐฯ เพียงตลาดเดียว แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการอาจต้องเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากประเทศคู่ค้าใหม่ของแคนาดา และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม แรงงานและความยั่งยืนที่เข้มงวดมากขึ้น (ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 5 มีนาคม 2569

