เที่ยวไทยส่อติดหล่ม หวั่นวิกฤตตะวันออกกลางทุบมู้ดยาว
ข้อมูลจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในช่วง 2 เดือนแรก (มกราคม-กุมภาพันธ์) 2569 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมรวม 6,541,710 คน ติดลบร้อยละ 4.20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 มีรายได้จากการท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศรวม 3.21 แสนล้านบาท ติดลบร้อยละ 3.60 (ดูตารางประกอบ)
ม.ค.แนวโน้มบวก-ก.พ.เริ่มติดลบ :
ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเดือนมกราคม 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย จำนวน 3.27 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา หดตัวร้อยละ 11.63 สร้างรายได้รวม 1.61 แสนล้านบาท หดตัวร้อยละ 11.41
โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จีน จำนวน 400,321 คน สร้างรายได้ 23,319 ล้านบาท 2.มาเลเซีย จำนวน 303,329 คน สร้างรายได้ 6,572 ล้านบาท 3.รัสเซีย จำนวน 272,959 คน สร้างรายได้ 16,113 ล้านบาท 4.อินเดีย จำนวน 231,184 คน สร้างรายได้ 8,443 ล้านบาท และ 5.เกาหลีใต้ จำนวน 168,222 คน สร้างรายได้ 6,095 ล้านบาท

เดือนกุมภาพันธ์ มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3.26 ล้านคน เทียบกับปีก่อนลดลงร้อยละ 4.63 สร้างรายได้รวม 1.60 แสนล้านบาท เทียบกับปีก่อนเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.06 โดยนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1)จีน จำนวน 677,768 คน สร้างรายได้ 39,481 ล้านบาท
2)มาเลเซีย จำนวน 313,506 คน สร้างรายได้ 6,565 ล้านบาท
3)รัสเซีย จำนวน 231,797 คน สร้างรายได้ 13,723 ล้านบาท
4)อินเดีย จำนวน 185,930 คน สร้างรายได้ 6,786 ล้านบาท
5)เกาหลีใต้ จำนวน 144,467 คน สร้างรายได้ 5,241 ล้านบาท
เอเชีย-แปซิฟิก-มิดเดิลอีสต์ ร่วง :
ทั้งนี้ หากโฟกัสรายตลาดพบว่า ในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และตะวันออกกลาง (Middle East) ซึ่งรวมกันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ผ่านมา อยู่ในภาวะติดลบเกือบทุกตลาด โดยภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ติดลบเฉลี่ยร้อยละ 9.93 ตะวันออกกลาง ติดลบเฉลี่ยร้อยละ 16.70
ยกตัวอย่าง เช่น กัมพูชา ติดลบร้อยละ 92.01 เวียดนาม ติดลบร้อยละ 39.59 ลาว ติดลบร้อยละ 30.43 อินโดนีเซีย ติดลบร้อยละ 21.16 บรูไน ติดลบร้อยละ 18.10 สิงคโปร์ ติดลบร้อยละ 8.72 ฮ่องกง ติดลบร้อยละ 14.63 เกาหลีใต้ ติดลบร้อยละ 17.09
เช่นเดียวกับภูมิภาคตะวันออกกลางที่ตลาดหลักอย่างซาอุดีอาระเบีย ติดลบร้อยละ 25.70 UAE ติดลบร้อยละ 14.69 คูเวต ติดลบร้อยละ 17.42 กาตาร์ ติดลบร้อยละ 8.98 เป็นต้น
นทท. Long Haul บวกยกแผง :
ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long Haul) อย่างภูมิภาคยุโรป อเมริกายังมีแนวโน้มที่เติบโตได้ โดยภูมิภาคยุโรป เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.23 ยุโรปเหนือ เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.17 เช่น เดนมาร์ก เติบโตร้อยละ 10.05 อิสราเอล เติบโตร้อยละ 12.91 ฟินแลนด์ เติบโตร้อยละ 8.82 สวีเดน เติบโตร้อยละ 15.79 นอร์เวย์ เติบโตร้อยละ 12.11 สหราชอาณาจักร เติบโตร้อยละ 6.06
ยุโรปกลาง/ยุโรปตะวันออก เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 8.93 เช่น โปแลนด์ เติบโตร้อยละ 31.72 อุซเบกิสถาน เติบโตร้อยละ 17.73 บัลแกเรีย เติบโตร้อยละ 19.26 คาซัคสถาน เติบโตร้อยละ 6.27 ฮังการี เติบโตร้อยละ 10.49 เป็นต้น
ยุโรปใต้ เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 11.63 เช่น อิสราเอล เติบโตร้อยละ 18.12 เซอร์เบีย เติบโตร้อยละ 23.67 สเปน เติบโตร้อยละ 8.49 ตุรกี เติบโตร้อยละ 10.82 อิตาลี เติบโตร้อยละ 6.18 โปรตุเกส เติบโตร้อยละ 9.97 เป็นต้น
ยุโรปตะวันตก ค่าเฉลี่ยอัตราการเติบโตไม่สูงมากนัก อยู่ที่ร้อยละ 1.93 เช่น ออสเตรีย เติบโตร้อยละ 3.49 เยอรมนี เติบโตร้อยละ 3.61 เนเธอร์แลนด์ เติบโตร้อยละ 6.34 สวิตเซอร์แลนด์ เติบโตร้อยละ 8.74 ลักเซมเบิร์ก ลดลงร้อยละ 3.60 ฝรั่งเศส ลดลงร้อยละ 2.09 เป็นต้น เช่นเดียวกับภูมิภาคอเมริกาที่เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 1.17 เช่น USA เติบโตร้อยละ 0.52 แคนาดา เติบโตร้อยละ 1.25 บราซิล เติบโตร้อยละ 1.49 โคลอมเบีย เติบโตร้อยละ 8.08 เม็กซิโก เติบโตร้อยละ 9.10 เป็นต้น
ค่าเงินแข็งดันต้นทุนเที่ยวเพิ่ม :
“ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์” เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) วิเคราะห์ว่า เดือนแรกของปี 2569 ที่ผ่านมา ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่องจากโมเมนตัมไฮซีซั่นเมื่อปลายปี 2568 แต่พอเข้าเดือนกุมภาพันธ์กลับพบว่าแนวโน้มปรับตัวลดลงถึงราว 10% ทำให้ภาพรวม 2 เดือนแรกตัวเลขออกมาไม่ดีนัก ทั้งในส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยว ทั้ง ๆ ที่ปัจจัยเชิงลบในเรื่องของเรื่องแบรนด์อิมเมจด้านความปลอดภัยของประเทศไทยปรับตัวดีขึ้น
ทั้งนี้ มองว่าปัจจัยหลักมาจากนักท่องเที่ยวมีทางเลือกมากขึ้น บวกกับค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าต่อเนื่อง และค่าครองชีพของประเทศไทยที่ทำให้ภาพลักษณ์ในเรื่องความคุ้มค่าของการใช้เงิน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวของประเทศไทยยังสู้คู่แข่งไม่ได้
“ผมมองว่าในตลาดระยะใกล้ ทั้งอาเซียน ประเทศที่ใช้ภาษาจีนนั้น เศรษฐกิจมีผลต่อการตัดสินใจมากขึ้น ยิ่งเรามีประเทศคู่แข่งที่แรงขึ้น เช่น เวียดนาม มาเลเซีย ซึ่งแม้ว่าสินค้าด้านการท่องเที่ยวจะไม่ต่างจากเรานัก แต่ทั้ง 2 ประเทศนี้ยังมีข้อได้เปรียบด้านค่าเงิน ทำให้ต้นทุนการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวถูกกว่าไทย”
วิกฤตตะวันออกกลางทุบมู้ดยาว :
“ดร.อดิษฐ์” บอกด้วยว่า อีกตัวแปรที่ทำ Market Sentiment ช็อก คือ ปัญหาเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาคตะวันออกกลางที่เห็นผลกระทบมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วง 2 เดือนแรกก็ไม่ดีนัก และด้วยกระแสที่ยังคงรุนแรงต่อเนื่องนี้ น่าจะทำให้เป็นปัจจัยที่เกิดอิมแพ็กต์กับภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในปีนี้
“ไม่ใช่แค่ภาพรวมไตรมาสแรกเท่านั้นที่จะไม่ดี เท่าที่ผมมีตัวเลขตอนนี้พบว่าปัญหาตะวันออกกลางส่งผลกระทบไปถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้ว และเราก็ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อนานแค่ไหน”
และย้ำว่าไม่ใช่แค่ตลาดตะวันออกกลางเท่านั้น ตลาดโซนยุโรป อเมริกาที่กำลังเติบโตดีอยู่ในขณะนี้ก็น่าจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางเช่นกัน โดยเฉพาะในประเด็นปัญหาเศรษฐกิจโลก และต้นทุนการเดินทางที่เริ่มส่งสัญญาณปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 7 มีนาคม 2569

