เปิดอินไซต์ท่องเที่ยว "สงกรานต์" Gen Y นำตลาด-เทรนด์ Solo โตแรง
เปิดอินไซต์นักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 3 ปีล่าสุด พบ Gen Y ครองแชมป์นักเดินทางมากสุด "ไทยเที่ยวไทย" ยังครองอันดับ 1 ส่วนเที่ยวต่างประเทศ เริ่มหลากหลายจุดหมายขึ้น พร้อมเทรนด์ใหม่ “Solo Traveler” เดินทางคนเดียวสูงถึง 65-75%
เทศกาลสงกรานต์ หนึ่งในช่วงหยุดยาวที่คนไทยส่วนใหญ่ มักวางแผนเดินทางหลบร้อนหรือพักผ่อนจากการทำงาน ไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ขณะเดียวกันมีข้อมูลการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 3 ปีที่ผ่านมา พบการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของกระแสนักท่องเที่ยว
ข้อมูลจาก AirAsia MOVE ระบุอินไซต์ “Songkran Travel Trends (2567-2569)” วิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (10-18 เมษายน) ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา พบการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของนักเดินทางกลุ่มหลัก โดยเฉพาะพลังของ Gen Y (Millennials) และเทรนด์การเที่ยวคนเดียว (Solo Traveller) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Gen Y ครองบัลลังก์นักเดินทาง 3 ปีซ้อน :
จากการเปรียบเทียบข้อมูลของนักเดินทาง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่ากลุ่ม Gen Y (Millennials) คือหัวใจหลักของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์อย่างชัดเจน
สัดส่วนผู้เดินทางสูงสุด : ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Gen Y ครองสัดส่วนในแง่ของจำนวนที่นั่งจำหน่ายได้ (Seats Sold) สูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในทุกปี และยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ซึ่งจำนวนที่นั่งที่จำหน่ายได้ของกลุ่ม Gen Y มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับปี 2567
แชมป์ตลอดกาลในปี 2569 : แม้ภาพรวมตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่กลุ่ม Gen Y ยังคงเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยครองสัดส่วนการจองที่นั่งสูงกว่ากลุ่ม Gen Z และ Gen X เกือบ 1 เท่าตัว
ระยะเวลาพำนัก : นักท่องเที่ยว Gen Y ส่วนใหญ่นิยมใช้เวลาพักผ่อนยาว 3-5 วัน
พฤติกรรมการจอง : นิยมวางแผนล่วงหน้าประมาณ 31-60 วัน ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่จองผ่านระบบ Digital

เริ่มขยายสู่หลายจุดหมาย :
คนไทยยังคงให้ความสำคัญกับ “ไทยเที่ยวไทย” เป็นอันดับ 1 ในทุก ๆ ปี แต่เทรนด์การเดินทางไปต่างประเทศเริ่มมีการขยายตัวสู่หลากหลายจุดหมาย
Domestic : เส้นทางยอดฮิตยังคงเป็นเชียงใหม่ (CNX), ภูเก็ต (HKT), และหาดใหญ่ (HDY)
International : ญี่ปุ่นครองแชมป์จุดหมายต่างประเทศที่คนไทย Gen Y และ Gen X เลือกไปมากที่สุด ตามมาด้วย เวียดนาม และจีน ซึ่งมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 และ 2569
ยอมจ่ายเพื่อความสบาย :
แม้พฤติกรรมการเดินทางจะเปลี่ยนไป แต่ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้โดยสารในปี 2569 กลับเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 3,200 บาท ซึ่งสะท้อนถึงการเลือกซื้อบริการเสริมที่มากขึ้น :
น้ำหนักกระเป๋า : เป็นบริการเสริมที่ครองสัดส่วนการใช้จ่ายสูงสุดในกลุ่มบริการเสริมทั้งหมด นั่นหมายถึงกลุ่มนี้มีกำลังพร้อมจับจ่ายในทริป
การสั่งอาหารล่วงหน้า : มีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยเฉพาะในปี 2568 ที่ความต้องการสั่งอาหารบนเครื่องพุ่งสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้า
“Solo Traveler” เทรนด์ใหม่การท่องเที่ยว :
ข้อมูลเผยให้เห็นว่า นักเดินทางกลุ่ม Solo Traveller (เดินทางคนเดียว) มีสัดส่วนการจอง (Booking Contribution) สูงที่สุดถึง 65-75% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และนักเดินทางกลุ่มนี้เริ่มวางแผนจองล่วงหน้าสั้นลงโดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม 31-60 วัน ก่อนเดินทาง
5 ทริกแนะนำ ครองใจนักท่องเที่ยว :
เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรม “Solo & Gen Y” ที่ครองสัดส่วนการเดินทางสูงที่สุด AirAsia MOVE แนะนำให้ผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์ดังนี้
Solo-Friendly Packages : นักเดินทางที่จองแบบ คนเดียว (Solo Traveller) มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 70% ของยอดจองทั้งหมด ผู้ประกอบการโรงแรมควรออกแบบแพ็กเกจสำหรับผู้เข้าพักคนเดียว หรือเพิ่มกิจกรรมที่ Solo Traveller สามารถเข้าร่วมได้ง่ายขึ้น
Long-Stay Offers : เนื่องจาก Gen Y นิยมพัก 3-5 วัน โรงแรมควรทำแพ็กเกจ Stay Longer, Pay Less เพื่อดึงดูดกลุ่มนี้
Digital First : ข้อมูลระบุว่าการจองผ่าน Mobile App และ OTA มีสัดส่วนสูงมาก ผู้ประกอบการต้องมั่นใจว่าระบบจองออนไลน์และ Mobile UX ของตนเองลื่นไหลที่สุด
Targeting Japan & Vietnam Lovers : สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ควรเน้นโปรแกรมท่องเที่ยวญี่ปุ่นและเวียดนามที่เจาะกลุ่ม Gen Y ที่ชอบถ่ายภาพและสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น
เตรียมพร้อมบริการสะดวกซื้อ : เนื่องจากนักท่องเที่ยวยินดีจ่ายเพื่อความสะดวก (เช่น น้ำหนักกระเป๋า/อาหาร) โรงแรมอาจเสนอโปรโมชั่นเสริม เช่น บริการส่งกระเป๋า หรือแพ็กเกจอาหารที่พร้อมเดินทาง
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที 30 มีนาคม 2569

