ชงเลิกฟรีวีซ่าสกัดมาเฟีย เก็บค่าฟีเข้า-ออกประเทศ รีเซ็ตเที่ยวไทย
"สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล" รมว.ท่องเที่ยว รีเซ็ตโครงสร้างท่องเที่ยวไทยตอบโจทย์นโยบายขับเคลื่อนท่องเที่ยวสู่คุณภาพไม่เน้นปริมาณ ชงยกเลิก Visa Free 60 วัน 93 ประเทศยุคอดีตนายกฯ เศรษฐาปี’67 สกัดต่างชาติอยู่ยาว สร้างปัญหา ตั้งตัวเป็นมาเฟีย เผย กต.ขานรับแล้วเตรียมเสนอ ครม.อนุมัติเร็วๆ นี้ เปิดแผนหาเงินใหม่ เก็บค่าธรรมเนียมเข้า-ออกนอกประเทศ ตั้งเป้าเก็บค่าเหยียบแผ่นดินไตรมาส 3 พร้อมศึกษา Exit Fee เก็บคนไทยออกนอกประเทศมาส่งเสริมเที่ยวในประเทศ
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะปรับโครงสร้างของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบภายใต้นโยบายการมุ่งขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ก้าวสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน โดยเน้นรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก ไม่เน้นนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ นักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นทั้งในมิติของความปลอดภัย และมิติของความยั่งยืน
เลิกฟรีวีซ่า 60 วันสกัดมาเฟีย :
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า แผนงานเร่งด่วนที่อยู่ระหว่างการดำเนินการคือ การคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เข้มงวดมากขึ้น โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ทบทวนเรื่องมาตรการวีซ่ามาเป็นกลไกในการคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อป้องกันนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาสร้างปัญหาและมีวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการท่องเที่ยว โดยเสนอให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการตรวจลงตรา หรือ Visa Free 60 วัน (ประเภท ผ.60) จำนวน 93 ประเทศ/ ดินแดน ในยุครัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ประกาศใช้เมื่อ 15 กรกฎาคม 2567
โดยให้กลับไปใช้ระเบียบเดิมที่กำหนดรายชื่อประเทศ/ดินแดน ที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราจำนวน 57 ประเทศ/ดินแดน ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องเพิ่มรายชื่อประเทศ/ดินแดนใหม่จะพิจารณาเป็นรายประเทศตามความเหมาะสมต่อไป เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวและจำนวนวันพำนักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ
ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 90% พำนักอยู่ในประเทศไทยไม่เกิน 30 วัน โดยมีอัตราเฉลี่ยประมาณ 9-10 วัน ส่วนนักท่องเที่ยวที่พำนักนานที่สุดคือ นอร์เวย์ เฉลี่ย 21 วัน ส่วนนักท่องเที่ยวอีกประมาณ 10% ที่มีจำนวนวันพักเกิน 30 วัน กลุ่มนี้ประเทศไทยมีวีซ่าประเภทอื่น ๆ รองรับอยู่แล้ว เช่น วีซ่าทำงาน (Non-B) สำหรับประกอบธุรกิจ วีซ่าการศึกษา (Non-ED) สำหรับศึกษาต่อ วีซ่าพำนักระยะยาว (Long Stay) สำหรับผู้ต้องการพักนาน ฯลฯ
“วันนี้เราผ่อนผันทำให้การเข้าเมืองเป็นเรื่องง่าย สกรีนนักท่องเที่ยวยาก ซึ่งจากตัวเลขของตำรวจท่องเที่ยวก็รายงานชัดเจนว่านับตั้งแต่มีประกาศ ผ.60 หรือฟรีวีซ่า 60 วันสำหรับ 93 ประเทศ/ดินแดน มีผู้กระทำความผิดที่เป็นชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น เมื่อผมพูดเรื่องนี้ในสื่อโซเชี่ยลคนส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยและสนับสนุน ซึ่งก็สอดคล้องกับความเห็นของภาคเอกชนส่วนใหญ่ที่อยากให้ทบทวนมาตรการวีซ่าเช่นกัน” นายสุรศักดิ์กล่าว
กต.เตรียมชง ครม.อนุมัติเร็วๆ นี้ :
นอกจากนี้ประเด็นดังกล่าวยังเป็นความอ่อนไหวทางการทูตที่ไม่ควรเลือกปฏิบัติเป็นบางประเทศ และอาจกระทบความสัมพันธ์ของบางประเทศ เพราะการพิจารณาเพิ่มเป็นเรื่องไม่ยาก แต่เวลาจะยกเลิกบางประเทศเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการไม่เลือกปฏิบัติจึงตัดสินใจถอยทั้งหมดมาตั้งหลักใหม่ อย่างไรก็ตามการถอยครั้งนี้บางประเทศที่เคยได้สิทธิมาก่อน 15 กรกฎาคม 2569 ยังได้สิทธิเดิมอยู่ เช่นเดียวกับบางประเทศที่เคยได้รับสิทธิตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival ก็ยังคงได้อยู่เหมือนเดิม
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้หารือแนวทางดังกล่าวนี้กับทางกระทรวงการต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว คาดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว)จะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศยกเลิกเร็ว ๆ นี้
หาเงินนอกงบประมาณหนุน :
นายสุรศักดิ์กล่าวด้วยว่า และเพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงเร่งเดินหน้ามาตรการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อการท่องเที่ยว (Thailand Tourism Fee : TTF) หรือที่ก่อนหน้านี้เรียกกันว่าค่าเหยียบแผ่นดิน ซึ่งเป็นการเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติ ตามมติของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ททช.) เมื่อปี 2564
โดยมีวัตถุประสงค์ชัดเจนอยู่แล้วว่าเพื่อนำเงินรายได้มาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว บริหารจัดการ ปรับปรุง และสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานในสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ให้มีความสะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน พร้อมทั้งซื้อประกันอุบัติเหตุให้นักท่องเที่ยว เพื่อลดภาระงบประมาณของรัฐบาลในการเยียวยานักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเสียชีวิตระหว่างท่องเที่ยวในไทย
“ก่อนหน้านี้ภาคการท่องเที่ยวของเราพึ่งพารายได้จากงบประมาณแผ่นดินเป็นหลัก รูปแบบนี้จึงถือเป็นการหาช่องทางรายได้ใหม่ที่เป็นรายได้นอกงบประมาณมาช่วยพัฒนาศักยภาพ และยกระดับภาคการท่องเที่ยวของประเทศตามเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณไปสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” นายสุรศักดิ์กล่าว และว่า
ประเด็นดังกล่าวนี้ก่อนหน้านี้มีเสียงคัดค้านจากฝ่ายเอกชนท่องเที่ยวที่ไม่เห็นด้วย เพราะกลัวว่าจะกระทบกับบรรยากาศการท่องเที่ยวของประเทศ แต่ล่าสุดนี้หลายฝ่ายเห็นด้วย โดยล่าสุดได้พบกับเอกชนท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตและผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางภูเก็ตขอให้มีความชัดเจนในเรื่องการใช้เงินงบฯ และเสนอรูปแบบการจัดสรรการใช้เงินลงสู่ท้องถิ่นตามจำนวนหัวนักท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด ซึ่งทางกระทรวงจะนำแนวทางนี้ไปประกอบการพิจารณาต่อไป และคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการจัดเก็บได้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้
ส่งเสริม “เที่ยวในประเทศ” :
นายสุรศักดิ์กล่าวต่อไปอีกว่า นโยบายสำคัญอีกเรื่องที่เป็นนโยบายร่วมกับกระทรวงการคลัง และอยู่ในแผนดำเนินการคือ การส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทย โดยมีแนวคิดว่าจะเก็บค่าธรรมเนียมขาออกสำหรับคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศ หรืออาจเรียกว่า Exit Fee เพื่อนำรายได้ส่วนนี้มาส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ
ยกตัวอย่างเช่น เก็บ 1,000 บาทต่อคนต่อครั้ง แต่ละปีมีคนไทยเดินทางไปต่างประเทศประมาณ 10 ล้านคน-ครั้ง จะมีเงินมาส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวน 10,000 ล้านบาท สามารถนำไปอุดหนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศจำนวน 1,000 บาทต่อครั้ง จำนวน 10 ล้านสิทธิ์ต่อปี หรือจะดำเนินงานในรูปแบบอื่น ๆ ได้ตามความเหมาะสม เป็นต้น
“โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบนี้เราจะทำให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยมีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องรองบประมาณภาครัฐ รวมทั้งยังสามารถวางแผนการดำเนินงานในระยะยาวได้ด้วย เพราะมีงบฯ ดำเนินงานที่ชัดเจน” นายสุรศักดิ์กล่าว
สำหรับแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งในประเทศแบบเร่งด่วนนั้น ขณะนี้ทางกระทรวงอยู่ระหว่างของบประมาณสำหรับกระตุ้นตลาดในประเทศ เพื่อสร้างรายได้ทดแทนตลาดต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสงครามตะวันออกกลาง โดยมีแผนฟื้นโครงการที่ประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมาพิจารณาอีกครั้ง เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน, เที่ยวไทยคนละครึ่ง หรือโครงการส่งเสริมการเดินทางโดยรถบัส รวมถึงมาตรการจูงใจด้านภาษี ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ฯลฯ
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 27 เมษายน 2569

