ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งกว่า 6% WTI ทะลุ 84 เหรียญ อิหร่านเปิดฉากโจมตีสหรัฐฯ
KEY POINTS :
* ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นกว่า 6% โดย WTI ทะลุ 84 ดอลลาร์ และเบรนท์ทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
* สาเหตุหลักมาจากความกังวลด้านอุปทาน หลังอิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
* สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นอีกเมื่อสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียร่วมกันโจมตีกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลังในอิรักเพื่อเป็นการตอบโต้
* ราคายังได้รับแรงหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ราคาน้ำมันตลาดโลกสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 6% วันพุธที่ 29 ก.ค. 69 ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน
โดยรายงานระบุว่าอิหร่านเปิดฉากโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ขณะที่สหรัฐฯ ได้เข้าร่วมกับซาอุดีอาระเบียโจมตีกลุ่มติดอาวุธในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
* สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 5.20 เหรียญ หรือ 6.56% ปิดที่ 84.46 เหรียญ/บาร์เรล
* สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 6.65 เหรียญ หรือ 7.91% ปิดที่ 90.74 เหรียญ/บาร์เรล
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางเมื่อช่วงเย็นวันอังคารตามเวลาสหรัฐฯ (28 ก.ค.) โดยกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นความพยายามโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัว
รายงานระบุว่า สหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียได้ทำการโจมตีศูนย์ลำเลียงยุทโธปกรณ์และคลังอาวุธของกลุ่มก่อการร้ายหลายแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกของอิรักเพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีด้วยโดรนมากกว่า 30 ครั้งในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ซึ่งกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายที่มีอิหร่านหนุนหลัง
✅ ฮูตีโจมตีโรงงานน้ำมัน-โครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากนี้ การที่กลุ่มฮูตีทำการโจมตีโรงงานน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ก็ยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมัน
นักวิเคราะห์จากบริษัท Xeneta ระบุว่า การที่กลุ่มฮูตีได้ก่อเหตุโจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน คลังเก็บน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย อาจส่งผลให้การส่งมอบน้ำมันทั่วทั้งภูมิภาคเผชิญภาวะหยุดชะงัก
ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุน หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 7.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 404.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2561 และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล
ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 7,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรล
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 30 กรกฏาคม 2569

