เดโมแครตคุมสภาคองเกรส! 5 แนวทางเขย่านโยบายต่างประเทศทรัมป์
พรรคเดโมแครตได้คุมทั้งสองสภาในการเลือกตั้งกลางเทอม ทำให้พวกเขามีอำนาจสำคัญหลังจากพรรครีพับลิกันคุมมาสองปี
ตอนหาเสียงพรรคเดโมแครตโจมตีพรรครีพับลิกันว่ายกอำนาจประกาศสงครามและการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งเป็นอำนาจตามรัฐธรรมนูญของสภาคองเกรส ไปให้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คาดว่าตอนนี้พรรคเดโมแครตจะควบคุมอำนาจบางอย่าง สำนักข่าวรอยเตอร์รวบรวมแนวทางที่พรรคเดโมแครตซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส อาจนำมาใช้ควบคุมและจำกัดนโยบายต่างประเทศของทรัมป์
✅ ควบคุมสงครามอิหร่าน
ทรัมป์ไม่ได้ขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อนเปิดฉากสงครามกับอิหร่านร่วมกับอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 ก.พ.สมาชิกพรรคเดโมแครตได้ลงมติหลายครั้งเพื่อเรียกร้องให้ยุติการสู้รบ เว้นแต่ทรัมป์จะขออำนาจจากสภาคองเกรสอย่างเป็นทางการเพื่อดำเนินสงครามต่อไป
หนึ่งในมติดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนหนึ่งร่วมสนับสนุนด้วย แต่รัฐบาลทรัมป์กลับเพิกเฉย
เมื่อเดโมแครตมีอิทธิพลทางการเมืองมากขึ้น พวกเขาอาจใช้วิธีตัดลดงบประมาณด้านกลาโหม หรือชะลอการพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อบุคคลที่ประธานาธิบดีเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อกดดันให้ทรัมป์ต้องขออนุญาตจากสภาคองเกรสก่อนดำเนินสงครามต่อไป
นอกจากนี้เดโมแครตยังอาจกำหนดให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารต้องรายงานข้อมูล แผนการดำเนินงานให้สมาชิกสภาคองเกรสและสาธารณชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลผ่านการไต่สวนในที่ประชุมสาธารณะของสภาคองเกรสด้วย
✅ สนับสนุนยูเครนรอบใหม่
ทรัมป์ระงับความช่วยเหลือทางการเงินและทางทหารโดยตรงส่วนใหญ่แก่ยูเครนเป็นส่วนใหญ่ ที่กำลังต่อสู้กับการรุกรานของรัสเซีย และสมาชิกสภาคองเกรสจำนวนมากทั้งจากเดโมแครตและรีพับลิกันต่างสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากสหรัฐแก่ยูเครนมาโดยตลอด
ล่าสุด ทรัมป์สร้างความไม่พอใจให้แก่สมาชิกสภาคองเกรส รวมถึงสมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนมาก ด้วยการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลรัสเซีย และผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงานต่อรัสเซีย ทั้งที่เพิ่งลงนามประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรเหล่านั้นเป็นกฎหมายเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า
เมื่อพรรคเดโมแครตเข้าควบคุมทั้งสองสภาตั้งแต่เดือน ม.ค. พวกเขาจะมีอำนาจตัดสินใจว่าจะนำร่างกฎหมายใดเข้าสู่การพิจารณาและลงมติ รวมถึงกำหนดเวลาการลงมติได้ อำนาจดังกล่าวอาจเปิดทางให้เดโมแครตผลักดันการอนุมัติความช่วยเหลือชุดใหม่แก่ยูเครน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนมากพอที่จะผ่านกฎหมายด้วยคะแนนเสียงสองในสามตามที่กำหนดไว้สำหรับการลบล้างอำนาจยับยั้ง (วีโต้) ของประธานาธิบดีทรัมป์
ทีมงานของสมาชิกพรรคเดโมแครตระบุว่า การให้ความช่วยเหลือแก่กรุงเคียฟเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญลำดับต้น ๆ ของพรรค
นอกจากนี้เดโมแครตยังอาจมุ่งเป้าไปที่กิจกรรมอื่น ๆ ของทรัมป์ด้วย
ตัวอย่างเช่น เกรกอรี มีคส์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐนิวยอร์ก ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศประจำสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอร่างกฎหมายที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรค เพื่อขัดขวางแผนการนำน้ำมันดีเซลรัสเซียกลับเข้าสู่ตลาดโลกของทรัมป์
แม้ยังสรุปไม่ได้ว่าเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากด้วยจำนวนเท่าใด แต่ในอดีตทั้งสองพรรคสนับสนุนยูเครนอย่างแข็งขัน สภาคองเกรสจึงอาจมีเสียงข้างมากเพียงพอลบล้างการวีโต้ของทรัมป์ได้
✅ ยุติความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอล
พรรคเดโมแครตลดการสนับสนุนอิสราเอลลงอย่างมากจากการทำสงครามกาซา ที่คร่าชีวิตพลเรือนปาเลสไตน์ไปหลายหมื่นคน ความรุนแรงที่ยังคงดำเนินอยู่ในเขตยึดครองเวสต์แบงก์ รวมถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กับพรรครีพับลิกัน ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เดโมแครตไม่พอใจอิสราเอลมากขึ้นด้วย
เดโมแครตอาจใช้มาตรการจำกัดหรือยุติความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอล ซึ่งประกอบด้วยเงินช่วยเหลือพื้นฐานปีละ 3,800 ล้านดอลลาร์ รวมถึงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกหลายพันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2023 ซึ่งเป็นชนวนที่นำไปสู่ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ของอิสราเอลในฉนวนกาซา
ฤดูร้อนนี้ ส.ส.เดโมแครตเกือบครึ่งลงมติตัดความช่วยเหลือแก่อิสราเอล บางคนที่โหวตต้านความพยายามดังกล่าว เช่น มีคส์ สนับสนุนให้จำกัดการจัดหาอาวุธเช่นระเบิดอานุภาพรุนแรงแก่อิสราเอล
✅ จำกัดการใช้จ่ายทางทหาร-ฟื้นฟูความช่วยเหลือต่างประเทศ
เดโมแครตมีแนวโน้มสนับสนุนการจำกัดงบประมาณทางทหารมากกว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันของทรัมป์อย่างชัดเจนปีนี้ ทรัมป์เสนอให้เพิ่มงบประมาณทางทหารขึ้นถึง 67%เป็นการเพิ่มขึ้นในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยตั้งเป้าให้งบประมาณด้านการทหารอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ แต่เดโมแครตได้ขัดขวาง ในวุฒิสภา โดยให้เหตุผลว่า ทรัมป์ไม่ปรึกษาคองเกรสเรื่องอิหร่าน ทั้งยังลดโครงการสวัสดิการสังคมลงอย่างมาก
ไม่เพียงเท่านั้นทรัมป์ยังระงับหรือยกเลิกการจัดสรรงบประมาณความช่วยเหลือต่างประเทศมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรสไปแล้ว
การตัดลดงบประมาณดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้แก่สมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนมาก พวกเขาระบุว่าจะพยายามฟื้นฟูงบประมาณความช่วยเหลือเหล่านี้ให้กลับมาอีกครั้ง
ที่ผ่านมา รวมถึงในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันต่างสนับสนุนความช่วยเหลือต่างประเทศอย่างแข็งขัน
✅ ตรวจสอบนโยบายลาตินอเมริกามากขึ้น
ทรัมป์ดำเนินนโยบายแข็งกร้าวในซีกโลกตะวันตกมากกว่าประธานาธิบดีสหรัฐ คนก่อน ๆ อย่างเห็นได้ชัด เช่น ใช้กองทัพสหรัฐโค่นล้มประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และการปฏิบัติการโจมตีเรือบริเวณนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา มานานกว่าหนึ่งปีและส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
นอกจากนี้เขายังคว่ำบาตรเพื่อสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของคิวบา ขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหารบีบให้เปลี่ยนรัฐบาล นอกจากนี้รัฐบาลสหรัฐยังพยายามมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งในฮอนดูรัส อาร์เจนตินา โคลอมเบีย และบราซิล
สมาชิกเดโมแครตบางคนเรียกร้องให้สอบสวนและรับฟังข้อมูลการกระทำของทรัมป์ต่อเวเนซุเอลา หลายคนประณามการคว่ำบาตรโหดร้ายลงโทษพลเรือนคิวบา และเรียกร้องให้ยุติการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งของต่างชาติ
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569

