เวียดนามจ่อตั้ง "มือปราบคอร์รัปชัน" เป็นประธานาธิบดีคนใหม่สัปดาห์นี้
เวียดนามเตรียมแต่งตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ในสัปดาห์นี้ หลังการลาออกอย่างกะทันหันของนายเหวียน ซวน ฟุก อดีตปธน.เซ่นปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา
สื่อต่างประเทศรายงานว่า นาย โว แวน ทอง วัย 52 ปี คือผู้ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นมาเป็น ประธานาธิบดีคนใหม่ของเวียดนาม ทั้งนี้ แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลเวียดนามผู้ไม่ประสงค์ออกนามเปิดเผยว่า ระหว่างการประชุมรัฐสภาแห่งชาติในวันพฤหัสบดี (2 มี.ค.) จะมีการยืนยันชื่อของเขา โดยตามกระบวนการนั้น คณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จะประชุมกันในวันพุธ (1 มี.ค.) ขณะที่สมาชิกพรรคเกือบ 500 คนจะประชุมวาระที่ 4 ในวันถัดมา ซึ่งการประชุมของรัฐสภาครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อลงมติเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ ที่เชื่อว่าจะเป็น โว แวน ทอง
โว แวน ทอง เป็นคนใกล้ชิดของ เหงียน ฟู ตรอง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามคนปัจจุบันซึ่งถือเป็นผู้มีอำนาจทางการเมืองสูงสุดในเวียดนาม
ตำแหน่งทางการเมืองของ โว แวน ทอง ก่อนหน้านี้ คือตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการกลางฝ่ายป้องกันและควบคุมการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นมาตั้งแต่ปี 2564 ทั้งยังเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามด้วย
การเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศของเวียดนามครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมือง หลังจากที่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามนำมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันมาใช้อย่างเข้มงวด ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองต่าง ๆ นำไปสู่การลาออกของรัฐมนตรีหลายคน รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีเหวียน ซวน ฟุก ด้วย
การยื่นลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการของนายเหวียน ซวน ฟุก วัย 69 ปี เกิดขึ้นเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา (17 ม.ค.) เป็นการลาออกอย่างกะทันหัน หลังจากที่เขาทำหน้าที่ดังกล่าวไม่ถึง 2 ปี ขณะที่สื่อท้องถิ่นอ้างแหล่งข่าววงในระบุเขาถูก "สั่งปลด" เซ่นการที่ไม่สามารถขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันภายในประเทศ
โดยคณะกรรมการกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามได้มีประชุมลับลงคะแนนโหวตให้เขา “ออกจากตำแหน่ง” ทำให้นายเหวียน ซวน ฟุก กลายเป็นผู้นำประเทศคนแรกของเวียดนาม ที่ถูกกดดันให้พ้นตำแหน่งขณะที่ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบวาระ
ด้วยเหตุนี้ ทำให้มีความคาดหมายว่า ประธานาธิบดีคนใหม่จะต้องถือว่าการขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นภารกิจสำคัญอันดับแรก ดังนั้น ชื่อของ “โว แวน ทอง” ที่เป็นถึงรองประธานคณะกรรมการกลางฝ่ายป้องกันและควบคุมการทุจริตคอร์รัปชัน เมื่อถูกนำเสนอขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ จึงไม่เป็นที่กังขาแต่อย่างใด
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 1 มีนาคม 2566

