ถก 3 สายการบิน ตั้งเป้าอพยพคนไทยกลับวันละ 400 ราย ขอกลับไทยเพิ่มเป็น 6,778 ราย
กระทรวงการต่างประเทศ เผยคนไทยอีก 100 คนเดินทางถึงไทย 15 ต.ค.นี้ รมช.จักรพงษ์ ถก 3 การบิน จัดเที่ยวพิเศษอพยพ ตั้งเป้าวันละ 400 คน สถานทูตเผยยอดขอกลับไทย 6,778 ราย
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอลว่า เมื่อวานนี้ (12 ตุลาคม) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกะทรวงการคลัง ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉิน โดยนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลให้ถือเป็นภารกิจของชาติ ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญสูงสุด
และเมื่อเช้าวันนี้ (13 ตุลาคม) นายกรัฐมนตรีได้เชิญนางสาวออร์นา ซากิฟ เอกอัครทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย หารือ โดยได้ย้ำให้ทางการอิสราเอลช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดส่งคนไทยกลับบ้านโดยเร็วที่สุด ส่วนทางเอกอัครทูตอิสราเอล ได้ระบุว่าทางการอิสราเอลได้อพยพคนต่างชาติที่อยู่ใกล้พื้นที่ฉนวนกาซาออกมาสู่พื้นที่ปลอดภัยแล้วกว่า 99% และทางเอกอัครทูตอิสราเอลก็รับปากเรื่องการอำนวยความสะดวกให้คนไทยในอิสราเอลได้เดินทางกลับประเทศให้เร็วที่สุดด้วย
นางกาญจนา กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าสถานการณ์ในอิสราเอลนั้น ขณะนี้สถานการณ์ยังคงมีความรุนแรงอยู่ มีการโจมตีด้วยจรวดในพื้นที่ฉนวนกาซา และมีช่วงที่มีการระงับการโจมตีด้วยเช่นกัน เชื่อว่ากลุ่มฮามาสกำลังเตรียมตั้งรับทางการอิสราเอล ที่อาจจะบุกเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาทางการอิสราเอลก็ได้ทำการตัดน้ำตัดไฟในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว และทางการอิสราเองก็ได้ประกาศขอให้มีการโยกย้ายพลเรือนออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชม. เป็นต้น ซึ่งทางสหประชาชาติก็ได้ย้ำในเรื่องนี้ด้วย เพราะกลัวผลกระทบทางมนุษยธรรมถึงพลเรือนด้วย
นางกาญจนา กล่าวอีกว่า ในทางฝั่งอิสราเอลเอง หน่วยงานต่างๆของอิสราเอลก็อยู่ระหว่างการพิจารณาแผน จัดตั้งที่อยู่อาศัยชั่วคราวสำหรับคนที่อพยพออกจากพื้นที่รอบฉนวนกาซา ประกอบด้วยบ้าน อาคารชุด โรงเรียน และศูนย์พักชั่วคราว ซึ่งอยู่ระหว่างการกำหนดพื้นที่ที่แน่นอน และอย่างที่กล่าวว่า ทางการอิสราเอลได้อพยพผู้คนออกจากพื้นที่เสี่ยงภายกว่า 99% แล้ว
ส่วนภาพรวมของสถานการณ์คนไทยในอิสราเอลนั้น นางกาญจนา กล่าวว่าขณะนี้ข้อมูลสถิติยังคงที่เท่ากับเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม คือผู้เสียชีวิต 21 ราย ผู้บาดเจ็บ 14 ราย และผู้ที่คาดว่าถูกจับตัวไป 16 ราย และนอกจากนี้ทางสถานทูตรายงานเพิ่มเติมว่า พบแรงงานไทยจำนวน 2 ราย ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ชายแดนใกล้ฉนวนกาซานานกว่า 5 วัน ซึ่วทั้งคู่การได้รับการรักษาจากแพทย์แล้ว และหากหายป่วย ก็จะส่งกลับประเทศไทย ซึ่งทางสถานทูตก็จะอำนวยความสะดวกให้ต่อไป
อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวต่อว่า ในเรื่องการอพยพนั้น สายการบินอิสราเอล แอร์ไลน์ (Israel Airlines) เที่ยวบิน LY085 ได้อพยพคนไทย 19 ราย มาถึงไทยวันที่ 13 ตุลาคม เวลา 16.57 น. และในเที่ยวบินเดียวกันนี้ สถานทูตก็พบคนไทยที่ซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับมาเอง โดยไม่ได้ผ่านการช่วยเหลือจากทางสถานทูตด้วย ส่วนวันที่ 14 ตุลาคม จะมีเที่ยวบิน ของสายการบิน ฟรายดูไบ (Flydubai) มีการแวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ทั้งนี้เป็นเที่ยวบินที่ 3 มีการอพยพคนไทยทั้งสิ้น 100 ราย เดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 15 ตุลาคม เวลา 07.25 น. ลงที่สนามบินอู่ตะเภา ทางการไทยก็จะมีรถบัสรับคนไทยกลุ่มดังกล่าว มาจากสนามบินอู่ตะเภา ไปยัง SC Park เนื่องจากคนอพยพจำนวนมาก จึงใช้ SC Park อำนวยความสะดวกญาติที่จะมารอรับ ตั้งแต่ประมาณ 10.00 น.เป็นต้นไป
“นอกจากนี้ รัฐบาลไทยได้คุยกับสายการบิน อิสราเอล แอร์ไลน์ เพิ่มเติม เพื่อดำเนินการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (charter flight) เพื่อสนับสนุนภารกิจอพยพคนไทย ซึ่งเป็นเที่ยวบินพิเศษ บินภายในวันที่ 16 ตุลาคม โดยมีที่นั่งราวๆ 250 ที่นั่ง”
“ขณะเดียวกัน เช้าวันที่ 13 ตุลาคมนี้ นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการต่างประเทศ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้หารือ กับสายการบินพาณิชย์ของไทย ประกอบด้วย นกแอร์ แอร์เอเชีย และการบินไทย เพื่อสนับสนุนภารกิจการอพยพครั้งนี้ โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะอพยพคนไทยให้ได้อย่างน้อยวันละ 400 คน จากทุกช่องทาง และจะเตรียมการจัดเที่ยวบินให้ถี่ขึ้น ในมีการเดินทางอพยพแทบทุกวัน และจะแจ้งให้ทราบต่อไป”
นางกาญจนา กล่าวอีกว่า ขณะที่ยอดคนไทยในอิสราเอล ที่กรอกแบบฟอร์มกับสถานทูต มีผู้แสดงความประสงค์กลับไทย จำนวน 6,778 ราย และประสงค์ที่จะพำนักต่อในอิสราเอล อีก 85 ราย ซึ่งทางสถานทูตได้มีการติดต่อ พี่น้องคนไทยที่แสดงความประสงค์กลับไทยแล้ว ก็พบว่า จำนวน 6,778 รายมีบางรายกรอกข้อมูลซ้ำ และมีบางรายที่ติดต่อไปแล้ว บอกว่ายังไม่กลับก็ได้ ดังนั้นทางสถานทูตก็พยายามบริหารจัดการอยู่ และทางสถานทูตก็ได้จัดพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวของชาวไทยในอิสราเอล ก่อนขึ้นเครื่องกลับไทย คือโรงแรมแดนพาโนรามา ในกรุงเทลอาวีฟ (Dan Panorama Tel-Aviv Hotel) จองไว้เบื้องต้น 100 ห้อง และหากมีคนไทยเพิ่มเติมก็จะเพิ่มก็จองห้องพักได้ ทั้งนี้ทางสถานทูต จะประกาศแจ้ง ประชาสัมพันธ์ ชาวไทยในอิสราเอล และฝากสื่อมวลชนไทยช่วยเผยแพร่ด้วย
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 13 ตุลาคม 2566