"ดับเบิลยูทีโอ" วอนนานาชาติ เลิกมาตรการกีดกันการค้า "สีเขียว" ร่วมแก้ปัญหาโลกร้อน
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ว่าองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ขอร้องให้นานาชาติยกเลิกการกีดกันทางการค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ
โดยในรายงานประจำปีที่เผยแพร่ออกมาในช่วงที่ผู้นำโลกรวมตัวกันที่ประเทศอียิปต์ เพื่อร่วมการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP27) ระหว่างวันที่ 6-18 พฤศจิกายนนี้ ดับเบิลยูทีโอระบุว่า เดิมทีกำแพงทางภาษีของสินค้าด้านสิ่งแวดล้อมจะค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสินค้าประเภทอื่น แต่ก็ยังถือว่าค่อนข้างสูงสำหรับประเทศที่มีรายได้น้อย และว่า การค้าระหว่างประเทศไม่ควรขัดต่อความพยายามในการต่อสู้กับวิกฤตสภาพอากาศ แต่ควรเป็นความสามารถในการช่วยแพร่กระจายเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลกระบุในคำนำของรายงานดังกล่าวว่า การค้าคือพลังงานที่ดีสำหรับประเด็นสภาพภูมิอากาศ และยังเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เกิดการปล่อยคาร์บอนต่ำ และช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรมและยืดหยุ่น ซึ่งทางดับเบิลยูทีโอคาดว่า การลดกำแพงภาษีและมาตรการปลอดภาษีในสินค้าด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน จะสามารถเพิ่มยอดการส่งออกสุทธิของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขึ้นราว 5% ในปี 2030 และในขณะเดียวกันก็จะนำไปสู่การลดจำนวนการปล่อยคาร์บอนสุทธิได้
ทั้งนี้ โอคอนโจ-อิเวียลา ตระหนักดีว่า การค้านั้นทำให้เกิดการปล่อยคาร์บอนจากภาคการผลิตและการขนส่ง แต่ก็สามารถเป็นตัวเร่งการแพร่กระจายของเทคโนโลยีขั้นสูงและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ รวมถึงพัฒนาแรงกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมอื่นๆ และอาชีพได้อีกในอนาคต ซึ่งเธอได้ยกตัวอย่างถึงราคาของแผงโซลาร์เซลล์ที่ลดลงอย่างมากในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ว่าเป็นความสำเร็จของงานด้านการค้าในบทบาทที่ช่วยตอบสนองต่อปัญหาสภาพอากาศโลก
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2565

