สภาธุรกิจเอเปค เปิดแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เสนอที่ประชุมผู้นำเอเปค
สภาธุรกิจเอเปค เผยข้อสรุป 69 ข้อ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนเวทีเอเปค 2022 ภายใต้แนวทาง "Embrace, Engage, Enable" ที่ต้องเผชิญปัญหาพลังงาน ความขัดแย้ง เศรษฐกิจ พร้อมที่จะเสนอเข้าที่ประชุมผู้นำเอเปคครั้งนี้
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจ 2022 เปิดเผยว่า ภาคเอกชนภายใต้การนำของสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (ABAC) ผู้รับหน้าที่ประธานและเจ้าภาพการจัดประชุมสภาที่ปรึกษาธุรกิจ 2022 และ APEC CEO Summit 2022 ภายใต้แนวทาง “Embrace, Engage, Enable” พร้อมส่งมอบข้อเสนอแนะและแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแก่ภาคนโยบายผ่านเวทีการประชุมเอเปค 2022
โดยพร้อมกันนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจาก PwC ในฐานะ ‘พันธมิตรด้านองค์ความรู้’ ของงาน APEC CEO Summit 2022 ในการส่งมอบรายงานทางธุรกิจ (Thought Leadership) แก่ภาคธุรกิจ ทิศทางสำคัญต่อการขับเคลื่อนและก้าวข้ามความท้าทายของการดำเนินธุรกิจภาคเอกชนในอนาคตอันใกล้
“คำแนะนำของสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคในปีนี้ ได้รวบรวมขึ้นจากความขัดแย้งและแนวโน้มของเศรษฐกิจโลก เราพบความท้าทายหลายประการ ไม่ว่า ความไม่มั่นคงด้านอาหารและพลังงาน ผลกระทบอย่างต่อเนื่องของการระบาดใหญ่ การหยุดชะงักในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น”
อย่างไรก็ดี หลังสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค ผ่านการประชุมใหญ่มาตลอดปีรวม 3 ครั้ง ไม่ว่าที่สิงคโปร์, แคนาดา และเวียดนาม จนมาถึงครั้งสุดท้ายที่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่าง 13-16 พฤศจิกายนนี้ ณ วันนี้เราสามารถกล่าวได้ว่า เราได้ข้อสรุปของข้อเสนอแนะรวมทั้งสิ้น 69 ข้อ ภายใต้เป้าหมายใหญ่ 2 แนวทาง นั่นคือ “การส่งเสริมการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและยั่งยืน” และ “การกลับมาสร้างแรงกระตุ้นสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั่วถึง และมีความยืดหยุ่น”
โดยในข้อหลัง ประกอบด้วยการก้าวสู่ความยั่งยืน, การบูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยผ่านการทำให้เป็นดิจิทัล โดยคณะทำงานจะทำการส่งมอบรายงานฉบับสมบูรณ์แก่ผู้นำเอเปคในลำดับต่อไป
นอกจากนี้ สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค ยังรับหน้าที่การเป็นประธานและเจ้าภาพการจัดประชุม APEC CEO Summit 2022 ระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน ภายใต้แนวทาง “Embrace, Engage, Enable” อีกเช่นกัน
อันนับเป็นการประชุมที่รวมผู้นำเขตเศรษฐกิจ ผู้นำทางความคิด และซีอีโอชั้นนำจำนวนมาก ในการแลกเปลี่ยนมุมมองทางการค้า การลงทุน และการขับเคลื่อนทางสังคม เพื่อให้ชุมชนเอเชียแปซิฟิคได้ร่วมโอบรับโอกาส สอดประสานความร่วมมือ และการผลักดันสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ระหว่างภาคเอกชนด้วยกัน
นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ APEC Business Advisory Council Executive Director 2022 และ APEC Business Advisory Council Thailand Alternate Member กล่าวถึงความสำคัญของการสนับสนุนข้อมูลจากเอกชนต่อภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญยิ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และลงทุนในเอเชียแปซิฟิกไว้ว่า
แม้บทบาทหลักของสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค จะเป็นการส่งมอบข้อเสนอแนะต่อภาคนโยบาย แต่เพื่อให้กลไกของภาคเอกชนขับเคลื่อนอย่างรอบด้านและมีพลวัต เราจึงให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมผู้ประกอบการทุกระดับในอีกช่องทาง ผ่านรายงานที่จะเป็นการให้คำแนะนำต่อภาคธุรกิจในประเด็นสำคัญต่างๆ
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่า แรงกดดันจากอัตราเงินที่เฟ้อที่สูงขึ้น การปรับตัวหลังโควิดจากหลายปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่า การปรับตัวสู่ดิจิทัลของธุรกิจและผู้บริโภคที่รวดเร็วขึ้น รวมไปถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศที่ทั้งโลก รวมทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังให้ความสำคัญอยู่ในเวลานี้ เชื่อว่าช่วงเวลานี้เช่นนี้ ภาคธุรกิจกำลังต้องการข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ในนำไปเป็นแนวทางในการปรับใช้เป็นการเร่งด่วน
นายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ Executive Director, APEC CEO Summit 2022 และ APEC Business Advisory Council Thailand Alternate Member กล่าวว่า ด้วยสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค ยังรับหน้าที่ประธานและการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม APEC CEO Summit 2022
เราจึงเห็นความสำคัญอย่างยิ่งต่อการมีข้อมูลเชิงลึกประกอบการประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้ นอกเหนือจากบทสนทนาที่เข้มข้นที่จะเกิดขึ้นระหว่างการประชุม เพื่อสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เหมาะสมต่อไปในอนาคต
โดยผู้จัดงานมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ PwC ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านองค์ความรู้ (Knowledge Partner) ของ APEC CEO Summit 2022 ได้ร่วมสนับสนุนในการส่งมอบรายงาน (Thought Leadership) ดังกล่าว เราเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งสำหรับการประชุมอันทรงคุณค่า และการเป็นแนวทางของภาคธุรกิจในการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
นายศรีดารัน ไนร์ (Mr.Sridharan Nair) รองประธาน PwC ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวถึงการสนับสนุนด้านรายงาน (Thought Leadership) ภายใต้ชื่อ ‘การรับมือต่อโลกแห่งความเป็นจริงใหม่’ (Asia Pacific’s Time: Responding to the new reality) ฉบับนี้ไว้ว่า
ธุรกิจต่าง ๆ ล้วนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและนำพาภูมิภาคนี้ไปสู่อนาคต ในฐานะขุมพลังทางเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน
สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน คือ เปลี่ยนความไม่แน่นอนของความเป็นจริงในวันนี้ให้เป็นโอกาส ผู้นำธุรกิจจำเป็นต้องมีความกล้าที่จะปรับตัวและพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความไว้วางใจ และร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
ซึ่งเราพบว่า มีปัจจัยห้าประการที่มีความสอดคล้องและส่งเสริมกัน ได้แก่ ห่วงโซ่อุปทาน การเติบโตขององค์กรระดับภูมิภาค เศรษฐกิจดิจิทัล กำลังแรงงาน และภูมิทัศน์ของ ESG ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ จะช่วยขับเคลื่อนการสร้างความแตกต่างและความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจในภูมิภาคมีความเจริญรุ่งเรืองต่อไป”
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2565

