ส่องสินค้าส่งออกไทยดาวรุ่ง-ดวงร่วงประจำเดือนตุลาคม
ส่องสินค้าส่งออกไทยดาวรุ่ง-ดวงร่วงประจำเดือนตุลาคม จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ภาวะเงินเฟ้อในหลายประเทศที่ยังน่าเป็นห่วง
ส่งออกไทยในเดือนตุลาคมจะติดลบครั้งแรกในรอบ20เดือนนับตั้งแต่มีนาคมปี64 โดยมีปัจจัยมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ประเทศคู่ค้าสำคัญๆ เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน และสหภาพยุโรป ต่างได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจภายในประเทศ ภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้การส่งออกไปยังตลาดสำคัญๆของไทยในเดือนตุลาคมนี้ติดลบเกือบทุกตลาด
แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าส่งออกไทยจะมีปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน แต่ไทยยังโชคดีที่มีเงินบาทที่ยังอ่อนค่าส่งผลให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น
ในช่วงท้ายปีของปีนี้กระทรวงพิชย์ได้เร่งหารือเตรียมการรองรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ต้องทำการบ้านลึกในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นหาตลาดใหม่ทดแทนการส่งออกในบางตลาดที่ชะลอตัวลง อย่าง ตะวันออกกลาง แอฟริกา และกลุ่มประเทศเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เป็นต้น

หรือการเร่งส่งออกข้าว ทีอินเดียเริ่มขึ้นภาษีส่งออก ก็จะเป็นโอกาสให้ไทยหาตลาดทดแทนอินเดีย ทั้งอินโดนีเซีย แอฟริกา
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเดือนตุลาคมไทยจะส่งออกติดลบแต่ก็ยังมีสินค้าส่งออกไทยหลายรายการที่ยังคงขยายตัวได้ แสดงให้เห็นว่าสินค้าส่งออกไทยยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะมีบางสินค้าที่ชะลอตัวจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า
อาหารสัตว์เลี้ยงโตต่อเนื่อง 38 เดือน
สำหรับสินค้าสำคัญที่ขยายตัวดีในเดือนตุลาคมและยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย
* ข้าว ขยายตัว 2.8% ต่อเนื่อง 9 เดือนเป็นการขยายตัวในตลาดอิรัก จีน แอฟริกาใต้ เซเนกัล และญี่ปุ่น
* ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และไก่แปรรูป ขยายตัว38% ต่อเนื่อง 6 เดือน ในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร จีน เนเธอร์แลนด์ และมาเลเซีย
* ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัว 26.3% ในตลาดจีน ไต้หวัน มาเลเซีย เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย
* อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 0.9%ต่อเนื่อง 9 เดือน ในตลาดญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ซาอุดีอาระเบีย ลิเบีย และเกาหลีใต้
* อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 4.8% ต่อเนื่อง 38 เดือน ในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และเยอรมนี
* เครื่องดื่ม ขยายตัว 20.3% ต่อเนื่อง 4 เดือน ในตลาดเวียดนาม เมียนมา สิงคโปร์ จีน และมาเลเซีย
* ทุเรียนแช่แข็ง ขยายตัว 23.4%ต่อเนื่อง 2 เดือน ซึ่งเป็นสินค้าที่ยังโตได้ดีในตลาดจีน
* ไอศกรีม ขยายตัว 13.5% ต่อเนื่อง 29 เดือนในตลาดกัมพูชา เกาหลีใต้ เวียดนาม ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ กล้วยไม้ ขยายตัว 10.9% ต่อเนื่อง 20 เดือน ในตลาดเวียดนาม สหรัฐฯ อิตาลี บราซิล และเกาหลีใต้
สินค้าฟุ่มเฟื่อยยังโตต่อเนื่อง
ส่วนสินค้าอุตสหกรรมที่ขยายตัวดี ประกอบด้วย
* รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 5.1% ต่อเนื่อง 3 เดือน ในตลาดออสเตรเลีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย และนิวซีแลนด์
* อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัว 5.4% ต่อเนื่อง 20 เดือน ในตลาดฮ่องกง
* สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐ-อาหรับเอมิเรตส์ เบลเยียม ญี่ปุ่น
* เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 90.6% ต่อเนื่อง 12 เดือน ในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฮ่องกง และเนเธอร์แลนด์
* เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ขยายตัว 8.5% ต่อเนื่อง 5 เดือน ในตลาดออสเตรเลีย เวียดนาม ไต้หวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฝรั่งเศส
* อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด ขยายตัว74.9%ต่อเนื่อง 4 เดือน ในตลาดสหรัฐฯ เวียดนาม อินเดีย จีน และไต้หวัน
* รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ขยายตัว 14.9% ต่อเนื่อง 3 เดือน ในตลาดจีน สหรัฐฯ กัมพูชา เบลเยียม และออสเตรเลีย
ส่วนสินค้าทั้งในอุตสาหกรรมและอุตสากรรมเกษตรและแปรรูปที่ติดลบ ประกอบด้วย สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ติดลบ 22.8% ต่อเนื่อง 3 เดือน ในตลาดจีน เวียดนาม อินเดีย มาเลเซีย และกัมพูชา แต่ขยายตัวในตลาดลาว
เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ติดลบ 27.4% ซึ่งเป็นการกลับมาติดลบในรอบ 3 เดือน ในตลาดสหรัฐ ฮ่องกง เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดจีน ไต้หวัน ไอร์แลนด์ อินเดีย และออสเตรเลีย)
เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ติดลบ 13.1ต่อเนื่อง 2 เดือนในตลาดญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อินเดีย เวียดนาม และจีน แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ มาเลเซีย แคนาดา ลาว และกัมพูชา
ยางพารา ติดลบ 28.5% ต่อเนื่อง 3 เดือนในตลาดจีน มาเลเซีย สหรัฐฯ ตุรกี และอินเดีย แต่ขยายตัวในตลาดเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เยอรมนี โรมาเนีย และโปแลนด์
ผลไม้สดและผลไม้แห้ง ติดลบ 34.9%ต่อเนื่อง 4 เดือน ในตลาดจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฮ่องกง และสหรัฐฯ แต่ขยายตัวในตลาดฟิลิปปินส์ เนเธอร์แลนด์ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และออสเตรเลีย
ผลไม้กระป๋องและแปรรูปติดลบ 11.3% ในรอบ 18 เดือน ในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ และกัมพูชา แต่ขยายตัวในตลาดจีน รัสเซีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ และเมียนมา)
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 1 ธันวาคม 2565

