เอกชนมองต่างชาติเที่ยวไทยโค้งสุดท้ายฟื้นตัวดีมาก เชื่อได้ตามเป้า 10 ล้านคนแน่
นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม ประธานที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/2565 ถือว่าดูดีมาก โดยเฉพาะในเชิงของต่างชาติเที่ยวไทย เนื่องจากเราเห็นหลายประเทศสามารถกลับมาเที่ยวไทยได้เร็วขึ้น แม้มีสถานการณ์บางอย่างที่ยังไม่เอื้อการเดินทางมากนัก อาทิ ยุโรป ที่ราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้นมาก แต่ขณะนี้นักท่องเที่ยวชาวยุโรปกลับเข้ามาเที่ยวไทยเฉลี่ยที่ 60% ฝรั่งเศส 70% รวมถึงเห็นรัสเซียเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นแบบเร็วและแรงมากด้วย ฟื้นตัว 80% แล้ว โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยอยู่ประมาณ 7-8 หมื่นคนต่อวัน ทำให้คาดว่าเป้าหมายต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี 2565 ที่ 10 ล้านคนน่าจะได้เห็นตามนั้น
“ภูเก็ตมีเข้ามาประมาณ 1-1.2 หมื่นคนต่อวันแล้ว ไต่ระดับจากการเปิดแซนด์บ็อกซ์ที่ 400 คนต่อวัน ตอนนี้พอมีรัสเซียเข้ามาก็ช่วยได้เยอะ บวกกับมีไฟล์ทบินจากต่างประเทศเข้าไทยมากขึ้น แม้มีปัญหาในเรื่องข้อพิพาทระหว่างประเทศ อย่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนเป็นเช่าเหมาลำเข้ามา หรือเปลี่ยนใช้เครื่องบินของประเทศอื่นบ้าง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาของคนทำทัวร์นำเที่ยวเข้าไทย โดยคาดว่าทั้งปี 2565 จะมีต่างชาติเข้ามาเที่ยวภูเก็ต อยู่ที่ 4.7-4.8 ล้านคน ไทยเที่ยวไทย อยู่ที่ 1.5-1.7 ล้านคน ถือว่าฟื้นกลับมาประมาณ 50% ของปี 2562 ก่อนเกิดโควิด ดึงรายได้กลับมา 45% หรือ 1.8 แสนล้านบาท เทียบกับปี 2562 ที่ทำได้ประมาณ 4 แสนล้านบาท” นายภูมิกิตติ์ กล่าว
นายภูมิกิตติ์ กล่าวว่า เป้าหมายรายได้ปี 2566 จะฟื้นกลับมาประมาณ 70% ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา 80% บนพื้นฐานที่ไม่มีปัจจัยอะไรเลวร้ายกว่านี้แล้ว รวมถึงจีนปลดล็อกกลับเข้ามาเที่ยวไทย ซึ่งมองว่าเป็นไตรมาส 3/2566 เพราะเทศกาลตรุษจีนอาจยังไม่เห็นสัญญาณการให้พลเมืองออกมา โดยการระบาดโควิดที่เริ่มเห็นกลับมามากขึ้น รวมถึงการล็อกดาวน์เมืองในจีนนั้น ประเมินอาจไม่ได้ปลดล็อกเร็วกว่าที่มองว่า ซึ่งเอกชนในภาคท่องเที่ยวตอนนี้ เราทำงานภายใต้แนวคิดที่ไม่พึ่งพาจีนมาได้สักระยะแล้ว จึงเน้นไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพแทน อาทิ ซาอุดิอาระเบีย และตลาดรอบบ้านไทย ที่ได้อานิสงส์จากการเชื่อมต่อเส้นทางเดินทาง
ทั้งนี้ ประเมินเฉพาะในภูเก็ต นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามามากสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.รัสเซีย 2.อินเดีย 3.ออสเตรเลีย พฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะชาวรัสเซีย ที่เข้ามาอยู่ไทยนานขึ้นเฉลี่ย 15 วัน จาก 12 วัน ซึ่งมองว่าอาจเป็นเพราะการเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทยจะมีความคุ้มค่ามากกว่า เทียบกับการอยู่ประเทศต้นทางที่มีทั้งภาวะเงินเฟ้อ วิกฤตพลังงาน
นายภูมิกิตติ์ กล่าวว่า โรงแรมในภูเก็ตกลับมาเปิดบริการประมาณ 80% ธุรกิจเกี่ยวข้องกลับมาเกือบ 100% แล้ว แต่ยังมีโรงแรมขนาดเล็กที่อาจติดเรื่องเงินทุน จึงยังกลับมาเปิดใหม่ไม่ได้ ทำให้เกิดภาพยอดจองเกินจำนวนที่มีอยู่จริง โดยปัญหาที่เห็นตอนนี้เป็นเรื่องการขาดแคลนแรงงาน และแรงงานทักษะสูง นอกจากนี้ การกลับมาระบาดใหม่ของโควิด หากประเมินในภูเก็ตไม่กังวลเลย เพราะมีบทเรียนมาเกือบ 3 ปีแล้ว ส่วนเอกชนในประเทศภาพรวมอาจมีกังวลกันบ้าง แต่เชื่อว่าสู้แน่นอน ซึ่งมองว่ารัฐจะต้องรับมือผ่าน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การรักษาภูมิคุ้มกันให้ประชาชน 2.การหยุดภาระธุรกิจ และ 3.การเติมความต้องการ (ดีมานด์) เพิ่ม
“ฉลองเคาต์ดาวน์ปีนี้ รัฐบาลต้องไม่กลัว เราต้องจัดงานฉลองภายใต้องค์ความรู้และบทเรียนที่มีอยู่ มีความเชื่อมั่นระหว่างกัน และความรอบคอบในการทำงาน เพราะเชื่อว่าเอกชนตอนนี้วางแผนไว้หมดแล้ว” นายภูมิกิตติ์ กล่าว
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 1 ธันวาคม 2565

