ดัชนีเชื่อมั่นโรงแรมพุ่ง พฤศจิกายนอัตราเข้าพัก 60%
สมาคมโรงแรมไทยเผยดัชนีเชื่อมั่นผู้ประกอบการเดือน พ.ย.ดีต่อเนื่องทุกกลุ่ม อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 58.9% สัญญาณดีทั้งด้านจำนวนลูกค้า-ราคาห้องพักที่ปรับสูงขึ้น หนุนโรงแรมที่มีรายได้กลับมาเกินครึ่งหนึ่งคิดเป็น 47% ขณะที่ 72% ที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยใกล้เคียง/สูงกว่าจุดคุ้มทุน ย้ำปัญหาขาดแรงงานอุปสรรคใหญ่ของการฟื้นตัว
รายงานข่าวจากสมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยว่า สมาคมโรงแรมไทยได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม Hotel Business Operator Sentiment Index) เดือนพฤศจิกายน 2565 โดยสำรวจระหว่างวันที่ 11-27 พฤศจิกายน 2565 จากผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 113 แห่ง พบว่าภาพรวมของธุรกิจโรงแรมที่พักปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
โดยในส่วนของรายได้พบว่ามีการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น แม้ว่าภาพรวมรายได้ของโรงแรมจะยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับก่อนโควิด สะท้อนจากโรงแรมที่มีรายได้กลับมาเกินครึ่งหนึ่งคิดเป็น 47% ของผู้ตอบแบบสำรวจ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 32% ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นในทุกกลุ่มโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมระดับตั้งแต่ 5 ดาวขึ้นไป
“รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากทั้งจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และราคาห้องพักที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เริ่มเข้ามามากตามช่วงไฮซีซั่น”
ขณะที่อัตราการเข้าพักในเดือนพฤศจิกายน 2565 มีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 58.9% เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2565 ที่อยู่ในระดับ 49% ซึ่งสอดรับกับการเข้าสู่ไฮซีซั่นและการเตรียมการจัดประชุม APEC ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวในเกือบทุกภูมิภาค
โดยเฉพาะภาคกลาง ที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 66.1% ภาคตะวันออก มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 63.7% ภาคเหนือมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 58.8% ภาคใต้ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 52.9%
ขณะที่ภาคอีสาน มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 38.9% ลดลงจากเดือนก่อนที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 44.6% ทั้งนี้ คาดการณ์อัตราการเข้าพักโดยรวมในเดือนธันวาคมนี้จะอยู่ที่ 59%
“จากสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง มีโรงแรม 72% ที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยใกล้เคียง หรือสูงกว่าอัตราการเข้าพักที่คุ้มทุน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับผลสำรวจเมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่มีโรงแรมเพียง 39% ที่มีอัตราการเข้าพักใกล้เคียงหรือสูงกว่าจุดคุ้มทุน”
อย่างไรก็ตาม ผลของโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่สิ้นสุดลง กระแสไทยเที่ยวนอกและค่าครองชีพที่สูงส่งผลให้จำนวนลูกค้าชาวไทยลดลงจากเดือนก่อน ขณะที่ปัญหาขาดแคลนแรงงานและต้นทุนที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการฟื้นตัวของธุรกิจระยะข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ยังพบว่าลูกค้าของโรงแรมมีแนวโน้มเป็นลูกค้าต่างชาติมากขึ้น สะท้อนจากโรงแรมที่มีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติมากกว่า 50% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
หรือคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจ ทั้งนี้ หากพิจารณากลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เข้าพักส่วนใหญ่ยังเป็นลูกค้าเอเชียและตะวันออกกลางเป็นหลัก อย่างไรก็ดี ลูกค้ายุโรปและอเมริกาเริ่มเข้ามามากขึ้น
สำหรับในด้านการจ้างงานนั้น โรงแรมมีการจ้างงานเฉลี่ยใกล้เคียงเดือนก่อนอยู่ที่ 73.3% ของการจ้างงานเดิมก่อนเกิด COVID-19 เนื่องจากธุรกิจมีปัญหาขาดแคลนแรงงานที่ยังคงกดดันการจ้างงานในธุรกิจโรงแรม
นอกจากนี้ ยังพบว่าใน Q4/2565 นี้โรงแรมส่วนใหญ่ (75%) คาดว่าจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญ 3 อันดับแรกคือ 1.การปรับเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ 2.ค่าสาธารณูปโภค (เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน) ปรับตัวสูงขึ้น และ 3.ค่าจ้างแรงงานที่ปรับเพิ่มขึ้นเพื่อดึงดูดแรงงานเข้าสู่ระบบ
ทั้งนี้ โรงแรมราว 81% ยังต้องการแรงงานเพิ่มในอีก 3 เดือนข้างหน้า ขณะที่ธุรกิจไม่สามารถหาแรงงานที่มีทักษะและประสบการณ์ตรงกับความต้องการได้มากที่สุด รองลงมาคือความสามารถในการขึ้นค่าจ้างทำได้จำกัด และแรงงานเดิมไปประกอบอาชีพอื่น
นอกจากนี้ มีการแข่งขันแย่งแรงงานระหว่างธุรกิจโรงแรมด้วยกัน โดยพนักงานบางส่วนหันไปทำงานโรงแรม Chain เนื่องจากได้ Service charge สูงกว่า
รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า สมาคมโรงแรมไทยหวังว่าในช่วงไฮซีซั่นนี้นักท่องเที่ยวจากประเทศรัสเซียที่บินตรงมายังสนามบินภูเก็ตและอู่ตะเภา นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่เดินทางขึ้นเหนือเพื่อสัมผัสอากาศหนาว และการขยายเที่ยวบินจากประเทศต้นทางเพิ่มขึ้นจะกระตุ้นให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวดีขึ้น
“แม้ว่าธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมของไทยเริ่มฟื้นตัว แต่ภาคธุรกิจโรงแรมยังต้องการมาตรการการช่วยเหลือจากทางรัฐบาลในหลาย ๆ ส่วน เช่น มาตรการช่วยเหลือด้านการกระตุ้นการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด และมาตรการเรื่องด้านแรงงาน เพราะจำนวนพนักงานยังกลับมาไม่เต็ม 100% ได้ทันกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา”
และจากข้อจำกัดดังกล่าวนี้ สมาคมโรงแรมฯจึงได้เสนอให้รัฐบาลช่วยปลดล็อกแรงงานต่างด้าว ให้สามารถเดินทางเข้ามาทำงานในภาคการท่องเที่ยวได้หลายสัญชาติและสะดวกมากขึ้น รวมถึงกลุ่มแรงงานที่มีทักษะ มีความเชี่ยวชาญในสายอาชีพ
รวมถึงอยากให้มีการพัฒนาแรงงานกลุ่มนี้ออกมาป้อนธุรกิจที่มีความต้องการสูง เพราะความขาดแคลนแรงงานกลายเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 11 ธันวาคม 2565

