ธุรกิจโรงแรมร้องขาดแรงงานหนักขึ้น ชี้ขึ้นค่าแรงไม่ใช่ทางออก
นายสรรเพ็ชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าธุรกิจโรงแรมในตอนนี้มีปัญหาขาดแคลนแรงงานค่อนข้างหนักมาก โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะเฉพาะ อาทิ สาขาในครัว หรือพนักงานบริการต่างๆ เนื่องจากโควิด-19 ที่ระบาดตั้งแต่ต้นปี 2563 ทำให้แรงงานบางส่วนที่ถูกเลิกจ้าง หรือลาออกไป ยังไม่กลับเข้ามาทำงานในธุรกิจโรงแรมตามปกติ เพราะอาจยังกังวลกับโควิดที่ยังไม่จบลง กลัวความเสี่ยงที่มีอยู่ รวมถึงเปลี่ยนสายงานไปประกอบอาชีพอื่นแล้ว
นายสรรเพ็ชร กล่าวว่า ตอนนี้ธุรกิจโรงแรมบางส่วนพยายามแก้ปัญหาด้วยการปรับรูปแบบการจ้างงาน หันมาจ้างพนักงานประจำมากขึ้น จากเดิมที่จ้างแบบชั่วคราว เข้ามาเสริมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือหยุดยาวเท่านั้น เพื่อรองรับการบริการนักท่องเที่ยวคนไทย แต่ตอนนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากขึ้น เกิดการเข้าพักในช่วงวันธรรมดา ทำให้ผู้ประกอบการต้องพยายามหาแรงงานเพิ่มขึ้น ทั้งการจ้างคนไทย และจ้างเพื่อนบ้านมาช่วยในบางแผนกที่หาแรงงานไทยไม่ได้ อาทิ พนักงานทำความสะอาด ทำงานในครัว
นายสรรเพ็ชร กล่าวว่า การชูนโยบายปรับขึ้นอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำที่ 600 บาทต่อวันนั้น มองว่าอาจไม่ได้สร้างผลกระทบต่อผู้ประกอบการมากขนาดนั้น เนื่องจากบางตำแหน่งงานในโรงแรม ก็จ่ายค่าจ้างที่มากกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้อยู่แล้ว แต่ก็มีบางตำแหน่งที่จ่ายถูกกว่า ซึ่งก็ต้องมาเฉลี่ยในต้นทุนรวมอีกครั้ง โดยมองว่าผลกระทบจริงๆ อยู่ที่การขายราคาห้องพักที่ยังเป็นราคาถูกอยู่ เพราะขณะนี้เราเพิ่งฟื้นจากการระบาดโควิด จึงยังไม่สามารถกลับไปขายราคาปกติได้ ทำให้หากราคาห้องพักยังถูก แต่ต้นทุนแพงขึ้นจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้น รายได้ของธุรกิจก็จะสวนทางกัน อันนี้คือ มีผลกระทบแน่นอน
“การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อาจไม่ได้ช่วยสร้างแรงจูงใจหรือแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้ เพราะการทำงานของพนักงาน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน อาทิ โรงแรมในเมืองหลวง จะมีแรงจูงใจเพิ่มเป็นเรื่องผลตอบแทนที่เพิ่มจากเงินเดือน ส่วนโรงแรมต่างจังหวัดก็จะเป็นสวัสดิการที่เพิ่มขึ้นมา อาทิ การมีที่พักและอาหารกลางวันให้ รวมถึงขึ้นอยู่กับตำแหน่งของงานนั้นๆ ด้วย อาทิ พนักงานต้อนรับ ที่ต้องอาศัยเป็นจุดขายในการให้บริการลูกค้า” นายสรรเพ็ชร กล่าว
นายสรรเพ็ชร กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจโรงแรมในปี 2566 ประเมินจากในตอนนี้ เนื่องจากมีการอัดอั้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมา เพราะการระบาดโควิด ทำให้เห็นการเดินทางฟื้นตัวได้มากขึ้น แต่ในปีหน้าคงไม่ได้มีแรงสนับสนุนจากปัจจัยนี้แล้ว รวมถึงพฤติกรรมการจองล่วงหน้าของนักท่องเที่ยว ไม่ได้จองนานเหมือนเดิมแล้ว นิยมจองในระยะสั้นๆ มากกว่า ซึ่งผู้ประกอบการก็พยายามตอบโจทย์ลูกค้าในการทำโปรโมชั่นแบบระยะสั้นออกมามากขึ้น โอกาสและการเข้าถึงที่พักของลูกค้าก็มีมากขึ้น ทำให้การประเมินทิศทางค่อนข้างยาก
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 14 ธันวาคม 2565

