จีนชี้ติดตามโควิดระบาดไม่ได้ หลังยอดผู้ป่วยพุ่ง
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ว่าสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) ของจีนประกาศว่า ในขณะนี้ “เป็นไปไม่ได้” ที่จะติดตามระดับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่แท้จริงของประเทศ ขณะที่เจ้าหน้าที่ออกมาเตือนว่ายอดผู้ติดเชื้อของโรคดังกล่าวกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกรุงปักกิ่ง หลังจากที่รัฐบาลจีนยกเลิกมาตรการต่างๆ ตามนโยบายโควิดเป็นศูนย์อย่างกะทันหันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ภายหลังการใช้นโยบายที่เข้มงวดในการควบคุมโควิด-19 มาเกือบ 3 ปี การประกาศสิ้นสุดมาตรการตรวจหาเชื้อหมู่และการล็อกดาวน์อย่างฉับพลัน ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ของทางการลดลงไปพร้อมๆ กัน หลังจากทุบสถิติสูงที่สุดเมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนสถานการณ์ที่แท้จริงจะย่ำแย่ลง
เอ็นเอชซีออกมายอมรับในวันนี้ (14 ธ.ค.) ว่าการรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อของหน่วยงานไม่สะท้อนความเป็นจริงอีกต่อไป เนื่องจากการตรวจหาเชื้อในหลายพื้นที่ของประเทศไม่ใช่สิ่งที่บังคับให้ต้องทำอีกต่อไป ผู้ป่วยโควิดที่ไม่แสดงอาการจึงไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ ทำให้การเข้าถึงตัวเลขของผู้ป่วยที่แท้จริงเป็นไปไม่ได้
แถลงการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ ซุน ชุนหลาน รองนายกรัฐมนตรีของจีน กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 กำลังเพิ่มขึ้นในกรุงปักกิ่ง ตามรายงานของสื่อทางการของจีน
ขณะที่เหล่าผู้นำของจีนมีความมุ่งมั่นในการผลักดันให้เปิดประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ด้านการท่องเที่ยวของปักกิ่งกล่าวเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ว่าจะกลับมาดำเนินการการท่องเที่ยวแบบกลุ่มอีกครั้ง ทั้งในและนอกเมืองหลวงของจีน
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญมีความหวาดกลัวว่า จีนอาจมีความพร้อมไม่เพียงพอในการจัดการกับสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญหน้ากับยอดผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนประชาชนกลุ่มเปราะบาง อย่างผู้สูงอายุหลายล้านคนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วน ขณะที่โรงพยาบาลที่ขาดแคลนงบประมาณหลายแห่ง มีทรัพยากรไม่เพียงพอกับการคาดการณ์ของยอดผู้ป่วยโควิดที่อาจถาโถมเข้ามา
ด้านประชาชนจีนได้พยายามปรับการใช้ชีวิตให้สัมผัสกับเชื้อไว้รัสให้น้อยลง โดยหลายคนป้องกันตัวเองด้วยการอาศัยอยู่ในที่พัก ขณะที่ผู้ป่วยโควิดที่มีอาการก็รักษาตัวที่บ้านของตน ส่งผลให้ธุรกิจและร้านรวงต่างๆ ที่ได้รับการอนุญาตให้กลับมาดำเนินกิจการยังคงซบเซา
นอกจากนี้ ชาวจีนยังประสบปัญหาการขาดแคลนยาหลายรายการ อาทิ Ibuprofen และชุดตรวจ ATK จากความต้องการของยาและเวชภัณฑ์ที่สูงขึ้น ทำให้เกิด “ตลาดมืด” ของสินค้าประเภทดังกล่าวที่ค้าขายกันในราคาที่สูงลิ่ว ในขณะที่ผู้ซื้อหันไปหาสินค้าดังกล่าวจาก “ตัวแทนจำหน่าย” ซึ่งมีการส่งต่อข้อมูลติดต่อกันในกลุ่ม WeChat
ด้านเจ้าหน้าที่จีนก็กำลังปราบปรามเหตุการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยงานกำกับดูแลตลาดได้สั่งปรับธุรกิจแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่งสูงถึง 300,000 หยวน หรือเกือบ 1.5 ล้านบาท โทษฐานขายชุดตรวจหาเชื้อโควิดเกินราคา ตามรายงานของสำนักข่าวท้องถิ่นปักกิ่งเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 14 ธันวาคม 2565

