ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ทรุดหนัก ป่วนเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก
ดัชนีชี้ภาวะเศรษฐกิจสำคัญประการหนึ่งคือตัวเลขการส่งออก โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกของประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในกรณีนี้ก็คือ “จีน” ที่ประสบปัญหาอย่างหนักจากการบังคับใช้นโยบาย “ซีโร่โควิด” อย่างเข้มงวด จนส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออกของประเทศ
เมื่อใดก็ตามที่ประเทศซึ่งเป็น “หัวรถจักร” อย่างเช่นจีนมีปัญหา บรรดาเพื่อนบ้านใกล้เคียงก็ย่อมสะเทือนตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้
เศรษฐกิจจีนยักษ์เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียชะลอตัวลงอย่างมากในระยะหลัง กลายเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์เศรษฐกิจของหลาย ๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกทรุดตัวลงอย่างรวดเร็วตามไปด้วย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. วันเดียวกับที่ทางการจีนประกาศคลายมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการระบาดของโควิด-19 ลง ทางการจีนก็เผยแพร่ตัวเลขส่งออกล่าสุด แสดงให้เห็นว่าการส่งออกของจีนในเดือน พ.ย.ร่วงลงมากถึง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการทรุดตัวของการส่งออกของจีนมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันเอาไว้
ในเวลาเดียวกัน ประเทศที่ต้องพึ่งพาการส่งออกสูงมากอย่าง “เกาหลีใต้” ตัวเลขก็เลวร้ายไม่แพ้กัน การส่งออกโดยรวมในเดือน พ.ย.ของเกาหลีใต้ทรุดลงหนักมากถึง 14% เมื่อเทียบกันปีต่อปี สาเหตุหลักแน่นอนว่าเป็นเพราะการส่งออกจากเกาหลีใต้ไปยังจีนมีปัญหา ร่วงลงหนักมากถึง 26%
ถือเป็นการหดตัวของการส่งออกในช่วง 12 เดือนที่รุนแรงที่สุดของประเทศนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา
ที่ไต้หวัน การส่งออกไปยังจีนและฮ่องกง ก็หดตัวลงอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน โดยลดลงมากถึง 21% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ข้อเท็จจริงที่สำคัญประการหนึ่งซึ่งทำให้ตัวเลขการค้าเหล่านี้ยิ่งแย่ลงไปอีกก็คือ โดยปกติแล้ว การค้าระหว่างชาติในเอเชียด้วยกันส่วนใหญ่จัดเป็น “สินค้ากึ่งสำเร็จรูป” คือเป็นสินค้าสำหรับนำไปผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูปเพื่อการส่งออกอีกต่อหนึ่ง การทรุดตัวของการส่งออกสินค้ากึ่งสำเร็จรูปเหล่านี้ ทำให้ตีความได้ว่า ในอนาคตอันใกล้การส่งออกสินค้าสำเร็จรูปก็จะทรุดตัวลงมหาศาลเช่นกัน
แน่นอนว่าปัญหาของจีนเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการหดตัวของการส่งออกในเอเชียตะวันออกดังกล่าว นักสังเกตการณ์เชื่อว่าสถานการณ์ในจีนคงจะฟื้นตัวดีขึ้นในปีหน้า จากการปรับแก้ของทางการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซีโร่โควิดหรือปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่การฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างช้า ๆ และอาจมีอาการกระตุก สะดุดบ้างเป็นบางครั้ง
แต่เหตุปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน แต่ไม่ค่อยมีการพูดถึงกันมากนัก นั่นคือปัญหาที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกในเวลานี้ ซึ่งสะท้อนออกมาให้เห็นจากยอดขายรวมของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ทั่วโลกที่ทรุดตัวลงหนักมากถึง 20% ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2021 ที่ผ่านมา
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด ที่การส่งออกสินค้าในหมวด “อุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลและชิ้นส่วน” ซึ่งมีพีซีรวมอยู่ด้วยของจีนในช่วงเวลาเดียวกัน หดตัวสูงมากถึง 28% ในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
“เกาหลีใต้” ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำสำหรับใช้ในพีซีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็พบปัญหาทำนองเดียวกัน ยอดส่งออกสินค้าของเกาหลีใต้ไปยังญี่ปุ่นลดลง 18% ในเดือน พ.ย. ผลกระทบจากการทรุดตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ส่งผลกระทบแม้แต่กับประเทศอย่างสิงคโปร์ ที่ยอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ลดลง 9.3% ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
ออกซฟอร์ด อีโคโนมิกส์ บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ เชื่อว่าตัวเลขการส่งออกสินค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกจะยังคงทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่องในปี 2023 อีกราว ๆ 4%
นักวิเคราะห์เชื่อว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ชะลอลงอย่างกะทันหัน ก็คือ การขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยพรวดพราดของสหรัฐอเมริกา ที่บีบบังคับกลาย ๆ ให้นานาประเทศต้องขยับอัตราดอกเบี้ยตาม ส่งผลให้ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ทรุดลงทั่วโลก
นั่นหมายความว่า ตราบใดที่อัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นขาขึ้น และสถานการณ์การผ่อนคลายมาตรการโควิดในจีนยังไม่ก่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ตลาดอิเล็กทรอนิกส์โลกก็ยังมีปัญหา หน่วยงานวิเคราะห์ของธนาคารเพื่อการลงทุนอย่างแนทิซิส คาดหมายว่า ดีมานด์ที่เกี่ยวเนื่องกับเซมิคอนดักเตอร์ จะยังคงอ่อนแออยู่เช่นนี้ตลอดไป จนถึงอย่างน้อยที่สุดในหน้าร้อนปีหน้า
ขณะที่นักวิเคราะห์อีกไม่น้อย ระบุคล้ายคลึงกันว่า ภาวะทรุดตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อาจจะลากยาวออกไปนานกว่านั้นด้วยซ้ำไป
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 15 ธันวาคม 2565

